Thaiadmin

สงกรานต์ ๒๕๕๑

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ SamaKitty VB

  • Global Develop Leader
  • *****
  • 2,949
  • 177
  • เพศ: ชาย
  • ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนพิเศษ ไม่ใช่..!!
    • Thaiadmin.org Power by : VBNeverdie.com
สงกรานต์ ๒๕๕๑
« เมื่อ: 8 เมษายน 2008, 09:14:59 »


ใกล้เทศกาลสงกรานต์เข้าไปทุกทีๆนะครับ เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด หรือท่องเที่ยวที่ไหนก็ขอให้ปลอดภัยกันทุกคนนะครับ
สำหรับเพื่อนๆที่ไม่ได้เดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดนะครับ ก็อาจจะมีเพื่อนๆหลายๆกลุ่มจับกลุ่มกันเล่นน้ำใน กทม นะครับ
ก็ลองเช็คๆ กันได้ ในห้องนั่งเล่น หรือห้องแชต ว่ามีกลุ่มๆไหน อยู่ใกล้ๆท่าน ก็สามารถไปแจมกันได้นะครับ ลองเช็คได้
อย่างไรก็ตาม ก็ระมัดระวังตัวกันด้วยนะครับผม

อย่าเล่นสาดน้ำเพลิน จนลืม วัฒนธรรมการรดน้ำดำหัว แบบไทยๆ นะครับ

ด้วยความปรารถนาดี จาก
ทีมงาน กลุ่มผู้ดูแลระบบแห่งประเทศไทย

Hi... Welcome to Thaiadmin.org
Power by VBNeverDie.Com

SMF Mod & Template Modify, Hosting, Chat Room, Joomla Web, Flash Header, Images Decorate

ขออภัย ถ้าไม่ตอบ PM ครับ : กรุณา ถามตอบในบอร์ด

EcstracyFly

Re: สงกรานต์ ๒๕๕๑
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 8 เมษายน 2008, 10:02:17 »
ประเพณีสงกรานต์บ้านมอญ , สงกรานต์พระประแดง




วันที่ 13 เมษายนของทุกปี ช่วงเวลาเย็นๆประมาณ 4 โมงเย็นจะมีประเพณีแห่หงส์ธงตะขาบเป็นประเพณีของชนเชื้อสายมอญ ซึ่งพระประแดง จะมีชนเชื้อสายมอญอาศัยอยู่มาก หลังจากวันที่ ๑๓ ประมาณ ๗ วันและเป็นวันอาทิตย์ จะมีการละเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ซึ่งพระประแดงจะเล่นสงกรานต์ช้ากว่าที่อื่นๆและจะมีขบวนแห่นางสงกรานต์กับหนุ่มลอยชาย การเล่นสาดน้ำสงกรานต์พระประแดงและขบวนแห่นางสงกรานต์ปีนี้น่าจะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายนครับ



และประเพณีที่จัดขึ้นคู่กับสงกรานต์บ้านมอญ , สงกรานต์พระประแดงคือ ประเพณีเล่นสะบ้ามอญครับ เป็นการละเล่นของหนุ่มๆสาวๆทอยลูกสะบ้า จะเป็นการจัดเล่นใต้ถุนบ้านหรือลานกลางบ้าน ซึ่งเรียกว่า บ่อนสะบ้า จะมีหลายบ่อนมาก ผู้สนใจประเพณีการละเล่น ลองมาชมดูนะครับ ตั้งแต่วันที่ 13-22 เมษายนครับ

และจะมีงานเทศกาลอาหารริมน้ำด้วยครับ บริเวณริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ทานอาหารลมเย็นๆและมองแสงไฟสวยจากสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมครับ

เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวไทยแอ๊ดมินท่านใด สนใจจะเดินชมสะบ้ามอญพระประแดง-เล่นสงกรานต์-ถ่ายรูปขบวนแห่หงส์ ติดต่อได้เลยครับ เดี๋ยวจะเป็น ไก๊ด์ให้ มีอธิบายถึงการเล่นด้วยครับ เสียดายไม่มีรูปการเล่นสะบ้า

ประวัติศาสตร์


          ของชาวไทย – รามัญอำเภอพระประแดงกล่าวไว้  เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราชพระบิดา พระองค์ทรงมีพระราชดำริ ที่จะสร้างเมืองสร้างป้อมยุทธนาวีเพื่อป้องกันข้าศึก ที่จะจู่โจมมาทางน้ำต่อจากพระบิดา  ซึ่งได้เริ่มต้นไว้ส่วนหนึ่งแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์เป็นแม่กองเสด็จลงไปสร้างเมืองขึ้นที่ปากลัด และปักหลักเมืองลงอาถรรพ์ไว้พร้อมสรรพ  ทรงพระราชทานนามเมืองนี้ว่า “เมืองนครเขื่อนขันธ์”  แล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายครอบครัวมอญที่มีชายฉกรรจ์ 300 คน จากเมืองปทุมธานีมาอยู่ที่เมืองนี้และทรงแต่งตั้งให้สมิงทอมาบุตรพญาเจ่ง (ต้นสกุลคชเสนี) เป็นพระยานครเขื่อนขันธ์รามัญราชชาติเสนาบดีศรีสิทธิสงครามเป็นเจ้าเมือง  นอกจากนี้ยังมีชาวมอญอีกพวกหนึ่งที่อพยพเข้ามาในรัชสมัยของพระองค์  ซึ่งโปรดให้ส่วนหนึ่งพำนักอยู่ในเมืองนครเขื่อนขันธ์นี้ด้วย

          นับเป็นเวลาร้อยแปดสิบปีเศษแล้วที่ชาวมอญได้มาพักพิงอาศัยอยู่ที่เมืองนี้เวลาอันยาวนานนี้เองทำให้วิถีชีวิตของชาวมอญค่อย ๆ  แปรเปลี่ยนไป  ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่อาศัย  อาหารการกิน  เครื่องนุ่งห่ม  ภาษา  การศึกษา  อาชีพ  และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างชนชาติ ดังนั้น ชาวมอญในปัจจุบันจึงเหมาะที่จะเรียกว่า  ชาวไทยเชื้อสายรามัญ  หรือ ชาวไทย - รามัญมากกว่า  อย่างไรก็ตามก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่  คือประเพณี “สงกรานต์พระประแดง” แต่ก่อนเขาเรียกกันว่า  “สงกรานต์ปากลัด”  สงกรานต์ปากลัด แต่ละปีจะมีความสนุกสนานมาก  เพราะมีประเพณีหลาย ๆ  อย่างรวมอยู่ในเทศกาลนั้น เช่น  การเล่นสะบ้า การส่งข้าวสงกรานต์ แห่หงส์ - ธงตะขาบ ค้ำต้นโพธิ์  และปล่อยนก - ปล่อยปลา  เป็นต้น

          สงกรานต์ปากลัดจะเริ่มตั้งแต่วันที่  13 - 15  เมษายน  ของทุกปี ซึ่งถือเป็น                    วันเทศกาลขึ้นปีใหม่ ชาวบ้านจะเริ่มทำความสะอาดบ้านช่อง เรือนชานกันตั้งแต่ เดือนมีนาคม  ในวันสงกรานต์ (วันที่ 13 เมษายน) จะเริ่มต้นด้วยการส่งข้าวสงกรานต์ตามวัด ต่างๆในตอนเช้าตรู่ร่วมทำบุญทำทานรวมทั้งการสะเดาะเคราะห์ ปล่อยนก-ปล่อยปลาช่วงเวลากลางวันลูกๆ หลานๆ จะพากันไปรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ  ตอนบ่ายจะมีพิธีน้อมรำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และหงส์อันเป็นสัญลักษณ์ของชาวมอญ  ด้วยการแห่หงส์ – ธงตะขาบ  ตอนเย็นจะชักชวนกันนำดอกไม้  ธูปเทียน น้ำอบไปไหว้  และประพรมอัฐิญาติผู้ล่วงลับที่วัด  ตอนกลางคืนจะมีการเล่นสะบ้าตามหมู่บ้าน

          มอญเป็นชนชาติที่มีวัฒนธรรมอันสูงส่งมาแต่สมัยบรรพกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ทั้งนี้เพราะประเทศรามัญนั้นมีอาณาเขตติดต่อ กับประเทศอินเดีย  อันเป็นดินแดนแห่งพุทธภูมิ

          ที่มาของ “หงส์”  ตำนานเก่าของมอญเล่าต่อๆ กันมาว่า  หลังจากที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมโพธิญาณในประเทศอินเดียได้ 8 ปี ได้เสด็จโปรดเวไนยสัตว์ในแคว้นต่างๆจนกระทั่งวันหนึ่งได้เสด็จมาถึงภูเขาสุทัศนมรังสิตซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองสะเทิมทรงผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกทอดพระเนตรเห็นเนินดินกลางทะเลเมื่อน้ำงวดสูงได้ประมาณ 23 วา ครั้นน้ำขึ้นเปี่ยมฝั่ง ก็พอมองเห็นเนินดินนั้น ยังมีหงส์เมียผู้ 2 ตัวลงเล่นน้ำอยู่ ตัวเมียเกาะอยู่บนตัวผู้ เนื่องจากมีเนินดินที่จะยืนเพียงนิดเดียวพระองค์จึงทรงนายว่ากาลสืบไปภายหน้า เนินดินที่หงส์ทองทั้งสองเล่นน้ำนี้จะเป็นมหานครชื่อว่า “เมืองหงสาวดี “ และจะเป็นที่ตั้งพระธาตุสถูปเจดีย์พระศรีมหาโพธิ์ พระศาสนา คำสั่งสอนของพระพุทธองค์จะรุ่งเรืองขึ้น  ณ  ที่นี้

          ครั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานล่วงไปแล้วได้  100 ปี  เนินดิน กลางทะเลใหญ่นั้นก็ตื้นเขินขึ้น จนกลายเป็นแผ่นดินอันกว้างใหญ่ มีพระราชบุตรของ พระเจ้าเสนะคงคา ทรงพระนามว่า สมลกุมารและวิมลกุมาร เป็นผู้รวบรวมไพร่พลตั้งเป็นเมืองขึ้น เป็นอันว่าเมืองหงสาวดีได้เกิดขึ้น  ณ  ดินแดนที่มีหงส์ทองเล่นน้ำอยู่นั้นแล้ว   ดังนั้น ชาวมอญใน หงสาวดีจึงใช้หงส์เป็นสัญลักษณ์ของประเทศสืบแต่นั้นมา

          ที่มาของธงตะขาบ  เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้พระอนุตตรสัมโพธิญาณแล้ว ก็ทรงรำลึกถึงพระมารดาผู้เคยมีอุปการะมาแต่ก่อน และขณะนั้นได้เสด็จดับขันธ์ไปสู่ดาวดึงส์เทวโลกแล้วพระองค์ทรงปรารถนาที่จะโปรดพุทธมารดาด้วยพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ ซึ่งเป็นธรรม   ชั้นสูงจึงได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นเพื่อแสดงธรรมดังกล่าว จนพระมารดาทรงได้สำเร็จพระโสดาบัน เบื้องต้นเมื่อการแสดงธรรมครบ 3 เดือน (หนึ่งไตรมาส) พระพุทธมารดาก็เสด็จคล้อยเคลื่อนเข้าสู่ธรรมชั้นพรหมวิหารสุขากาโม ส่วนเทพทั้งหลาย ที่ได้มีโอกาสฟังธรรมในครั้งนั้นต่างก็พากันบรรลุโสดปัตติผลเช่นเดียวกัน เมื่อครบไตรมาสแล้วพระพุทธองค์เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ ในครั้งนั้นได้มี มวลเทพ  พระอินทร์  พระพรหม  เนรมิตให้เกิดบันไดเงิน  บันไดทองมารองรับ  บ้างก็ถือเครื่องสูง อันประกอบด้วย  ราชวัตร  ฉัตรธง  และเครื่องดนตรี  ดีด  สี  ตี  เป่า มาประโคม 

          ส่วนมวลมนุษย์ในโลกที่เลื่อมใสในพระองค์ต่างพากันดีใจนำอาหารไปใส่บาตรแต่เนื่องด้วยจำนวนคนที่ไปใส่บาตรนั้นมีมาก  ไม่สามารถนำอาหารเข้าไปถึงพระองค์ได้  จึงทำเป็นข้าวต้มมัดเล็ก ๆ  แล้วโยนใส่บาตร  ดังนั้น  จึงเกิดมีประเพณีใส่บาตรข้าวต้มลูกโยน  ขึ้นตั้งแต่ครั้งนั้นมา

          นอกจากประชาชนจะนำอาหารไปใส่บาตรแล้ว  ยังได้ทำการต้อนรับเฉลิมฉลองด้วยการชักธงรูปต่าง ๆ  เป็นทิวแถว  กล่าวโดยเฉพาะชนชาติมอญ  ซึ่งอยู่ใกล้ประเทศอินเดียมากที่สุดนั้นได้ทำธงเป็นรูปตะขาบ  เป็นการต้อนรับ  ทั้งนี้  เพราะธงตะขาบมีข้อเปรียบเทียบได้กับคติทางโลก  และทางธรรม กล่าวคือ

1. ทางโลก
          ตะขาบ  เป็นสัตว์ที่มีลำตัวยาวมีเขี้ยวเล็กที่มีพิษ สามารถต่อสู้กับศัตรูที่จะมาระรานได้เปรียบเสมือนคนมอญซึ่งไม่เคยหวาดหวั่นต่อศัตรูอีกนัยหนึ่ง  ตะขาบเป็นสัตว์ที่มีลูกมาก ออกลูกในแต่ละครั้งประมาณ 20-30ตัว แม่ตะขาบจะคอยปกป้องลูกเอาไว้ในอ้อมอกเมื่อใด มันเลื้อยออกมาอยู่กระจัดกระจาย แม่ของมันจะตะแคงลำตัวโอบลูกๆเข้ามาแล้วขดไว้เป็นวงกลม นั่นย่อมหมายความว่า หากประเทศรามัญสามารถ ปกครองดูแลประชาราษฎร์ของตน ได้เหมือนตะขาบแล้วไซร้ รามัญประเทศก็จะเจริญรุ่งเรืองไปอีกนานแสนนานและเต็มไปด้วยความร่มเย็นเป็นสุข

2.  ทางธรรม  กล่าวว่าทุกส่วนของตัวตะขาบนั้น  คนมอญจะตีความออกมา เป็นปริศนาทั้งสิ้น  นับแต่ลำตัวจากหัวถึงหาง  กล่าวโดยละเอียดได้ดังนี้
          2.1 หนวด 2 เส้น  ได้แก่  ธรรมที่อุปการะมาก 2 อย่าง ได้แก่
           สติ     คือ   ความระลึกได้   สัมปชัญญะ  คือ  ความรู้ตัว
          2.2 หาง  2  หาง  ได้แก่ 
          ขันติ  คือ   ความอดกลั้น   โสรัจจะ  คือ  ความสงบเสงี่ยมเจียมตัว
          2.3 เขี้ยว  2  เขี้ยว  ได้แก่ 
           หิริ  คือ  ความละอายใจเมื่อทำชั่ว         โอตัปปะ  คือ  ความเกรงกลัวเมื่อจะทำบาป
          2.4 ตา  2  ข้าง  หมายถึง  บุคคลที่หาได้ยาก  2  ประเภท  ได้แก่
           บุพพการี  คือ บุคคลผู้ให้อุปการะมาก่อน 
           กตัญญูกตเวที  คือ  บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำมาแล้วและทำตอบแก่ท่าน
          2.5 ลำตัว  22  ปล้อง  ได้แก่ 
           สติปัฏฐาน  4   อินทรีย์  5      สัมมัปปธาน  4   พล  5   อิทธิบาท  4

Ref.  http://khunmo.multiply.com/
         http://www.trekkingthai.com
         http://thai.tourismthailand.org

ปล. ปีที่แล้ว สงกรานต์พระประแดง ฟันกันเลือดสาด แต่ว่า ไม่ใช่ตรงที่ผมเล่น ...
       
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 8 เมษายน 2008, 10:16:08 โดย EcstracyFly »

SPYMan

Re: สงกรานต์ ๒๕๕๑
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 8 เมษายน 2008, 14:37:11 »
ขับรถปลอดภัยเมาไม่ขับนะครับ ขอให้สนุกในวันสงกรานต์อย่างปลอดภัยและมีวัฒนธรรมที่ดีด้วยนะคับ ;)

ออฟไลน์ ^-FreeplaY-^

  • *****
  • 2,232
  • 15
  • เพศ: ชาย
Re: สงกรานต์ ๒๕๕๑
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 8 เมษายน 2008, 15:28:24 »
อย่าลืมรดน้ำดำหัว และเข้าวัดทำบุญบ้างนะครับ เมาไม่ขับ  :)

สวัสดีปีใหม่ ไทยๆ
ยังไม่จน อยู่อย่างคนจน ใช้อย่างคนจน จะไม่มีวันจน

ยังไม่รวย อยู่อย่างคนรวย ใช้อย่างคนรวย จะไม่มีวันรวย

คนเก่งไม่เรื่องมาก คนฉลาดไม่มากเรื่อง

SvZ

Re: สงกรานต์ ๒๕๕๑
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 13 เมษายน 2008, 12:39:14 »
ขอให้เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานน่ะจ่ะ
* SvZ ไม่ขอเล่นเพราะร้อนโครต