Thaiadmin

20 ปีที่ผ่านมากับวงการเน็ตเวิร์ก

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Nostalgia

  • *****
  • 3,864
  • 140
  • เพศ: ชาย
  • <= ถึงจะเป็น admin เซอๆ แต่ผมก็จน =>
    • ส่วนตัว
20 ปีที่ผ่านมากับวงการเน็ตเวิร์ก
« เมื่อ: 5 มิถุนายน 2007, 14:01:43 »
20 ปีที่ผ่านมาวงการเน็ตเวิร์กเป็นอย่างไรบ้าง 

ที่มา dnsthailand.net 04 มกราคม 2007 

มกราคม 2006 บริษัทผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายชั้นนำสามบริษัทในอเมริกาเริ่มให้บริการ 3G ที่มีความเร็วจาก 400K ถึง 700Kbps
กุมภาพันธ์ 2006 Western Union ส่งโทรเลขฉบับสุดท้ายหลังจากที่ให้บริการมา 150ปี โดยมียอดสูงสุดในปี 1929 ถึง 220 ล้านฉบับ ในปี 2005 เหลือแค่ 20,000 ฉบับ
กุมภาพันธ์ 2006 AT&T เปิดเผยถึงแผนที่จะซื้อ BellSouth ในราคา 67000 ล้านดอลลาร์

มกราคม 2005 บริษัท Ford เปลี่ยนโทรศัพท์พื้นฐาน 8,000 คู่สายเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่
กุมภาพันธ์ 2005 เริ่มต้นของบริการเว็บเซอร์วิส ผู้ตอบแบบสำรวจ 64% กล่าวว่าพวกเขานำไปใช้งานแล้วอย่างน้อยก็ในส่วนของเทคโนโลยีพื้นฐาน
กุมภาพันธ์ 2005 SBC ประกาศการครอบครอง AT&T ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอุตสาหกรรมสื่อสารในราคา 16000 ล้านดอลลาร์ ถัดมาในเดือนนี้ Verizon ประกาศว่าจะช่วยเหลือ MCI
มีนาคม 2005 Firefox ที่เป็นบราวเซอร์แบบโอเพนซอร์ส ขโมยส่วนแบ่งการตลาดของไมโครซอฟต์ ในเวลาไม่ถึง 100 วันถูกดาวน์โหลด 25 ล้านครั้ง
มีนาคม 2005 Cisco ซื้อกิจการ Airespace บริษัทคู่แข่งที่ผลิตสวิตช์ไวร์เลสสวิตช์ในราคา 450 ล้านดอลลาร์เพื่อแก้ปัญหาข้อโต้แย้งระหว่าง fat และ thin แอสเซสพอยต์
ธันวาคม 2005 AOL ต้องบล็อกสแปมกว่า1500 ล้านฉบับต่อวัน ซึ่งลดจาก 2000 ล้านฉบับถึง 2500 ล้านฉบับในปี 2003 และ 2004

กุมภาพันธ์ 2004 SUN และ HP ขยายผลิตภัณฑ์ด้านเซิร์ฟเวอร์ โดยเป็นเครื่องที่มีความสามารถ 64 บิตในราคา 32 บิต
มีนาคม 2004 Novell NetWare 6.5 เป็นระบบปฏิบัติการเน็ตเวิร์กตัวสุดท้ายที่ใช้ชื่อการค้านี้
เมษายน 2004 MCI หลุดพ้นจาก Chapter 11 ทำให้เริ่มต้นอย่างสดใส
พฤษภาคม 2004 เริ่มมีกลโกงแบบ Phising เกิดขึ้น Fred Felman รองประธานของ Zone Labs กล่าวว่า "มันทำให้ e-commerce และวิธีการใช้ชีวิตแบบออนไลน์ของพวกเราทั้งหมดตกอยู่ในความเสี่ยง"
มิถุนายน 2004 Compliance กระตุ้นให้ราคาของมันแพงสูงลิบ ผู้ตอบแบบสำรวจ 60% กล่าวว่า ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจว่าตัว compliance ตรงกับกฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
สิงหาคม 2004 Gate บรรยายให้นักวิเคราะห์ด้านการเงินว่า โครงการที่กำลังพัฒนานี้จะเปลี่ยนเรื่องการรักษาความปลอดภัย "จากที่เคยเป็นแค่การพิจารณากลายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก" ซึ่งจะคือโอกาสทางธุรกิจ

มกราคม 2003 Cisco เข้าแข่งในตลาดอุปกรณ์เก็บข้อมูล ด้วยการออกเครื่องสวิตช์ที่มีฟีเจอร์มากมาย มีไดเรกทอรีคลาส จากการทดสอบพบว่ามีสมรรถนะที่ดีเยี่ยมมากที่สุดเท่าที่เก็บข้อมูลมา
กุมภาพันธ์ 2003 หนอน MS-SQL Skammer สร้างโกลาหลวุ่นวายให้กับเครือข่าย โดยโจมตีเซิร์ฟเวอร์กว่าห้าแสนเครื่องในหนึ่งสัปดาห์
กุมภาพันธ์ 2003 มาตรฐานของ 10G Ethernet switches ออกแล้ว
มีนาคม 2003 SCO Group ฟ้อง IBM เรียกค่าทรัพย์สินทางปัญญา 1000 ล้านดอลลาร์ ด้วยข้อกล่าวหาว่า Big Blue พยายามทำลายคุณค่าของ Unix เพื่อเพิ่มคุณค่าธุรกิจ Linux ของ IBM
เมษายน 2003 ถึงเวลาเปิดตัว RFID อย่างยิ่งใหญ่ ผู้ค้ารายใหญ่วางแผนอย่างใหญ่โต แต่มันทันไรก็ล้มเหลวเนื่องจากปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
พฤษภาคม 2003 ถึงเวลา Wireless LAN switch ออกจำหน่ายอย่างมากมายทั้ง Airspace, AirFlow, Aruba และ Trapeze
มิถุนายน 2003 หลังจากทอดทิ้งตลาดระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ 3 ปี 3Com เสนอแบคโบนสวิตช์ที่ผลิตโดย Huawei Technology
กรกฎาคม 2003 Cisco และ Penagon เป็นผู้สนับสนุน IPv6 เบื้องหลัง แต่มันยังเพิ่งเริ่มต้นและไม่มีใครซื้อเทคโนโลยีนี้
ตุลาคม 2003 Gartner ประกาศว่า IDS ตายแล้ว

มีนาคม 2002 American Express ส่งมอบงานส่วนไอทีให้กับ IBM ตามข้อตกลงเรื่องการเอาต์ซอร์สงานมูลค่า 4000 ล้านดอลลาร์
เมษายน 2002 Bernard Ebbers ผู้เป็นประธานและ CEO ของ WorldCom ลาออกจากตำแหน่ง
พฤษภาคม 2002 บรรดาผู้ใช้ Wireless LAN ยุคแรกต่างชื่นชมใน 802.11a ที่มีความเร็วถึง 54 Mbps มากกว่า 802.11a ความเร็ว 11 Mbps
กรกฎาคม 2002 WorldCom แจ้งล้มละลาย หลังจากผู้ตรวจบัญชีพบข้อผิดพลาดในตัวบัญชีถึง 9000 ล้านดอลลาร์
สิงหาคม 2002 เกิดการประนามต่อต้าน การแพร่กระจายของซอฟต์แวร์อันตรายต่างๆ ผ่านเว็บ
สิงหาคม 2002 Interop ใน Atlanta ท่าจะไปไม่รอดในอุตสาหกรรม
พฤศจิกายน 2002 ผู้พิพากษารัฐบาลกลาง พิจารณาว่าไมโครซอฟต์ได้แก้ไขปัญหาการผูกขาดการค้าแล้ว ทำให้ไมโครซอฟต์แทบจะไม่ต้องเปลี่ยนวิธีที่ใช้ในการทำธุรกิจ

มีนาคม 2001 Google จ้าง Eric Schmidt CEO คนแรกของ Nortel ให้มาเป็น CEO คนแรกของ Google
เมษายน 2001 กฎหมายคุ้มครองข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล HIPAA ที่ออกโดย Department of Health and Human Services มีผลบังคับใช้
เมษายน 2001 Enterasys Networks แสดงผลิตภัณฑ์ 10 Gigabit Ethernet ตัวแรก ก่อนที่จะกำหนดมาตรฐานเสร็จ
มิถุนายน 2001 Starbucks Coffee ประกาศแผนที่จะให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใน 4,000 กว่าสาขาในอเมริกาเหนือ
กันยายน 2001 HP รวมกับ Compaq
กันยายน 2001 มีคำพิพากษาจำคุก Mafiaboy วัยรุ่นชาวแคนนาดา ที่เป็นผู้กระจายการโจมตีแบบ DoS ทำให้เว็บไซต์ e-commerce ล่มในเดือน กุมภาพันธ์ 2000 เป็นเวลา 8 เดือน
กันยายน 2001 ผู้ก่อการร้ายใช้เครื่องบินพุ่งชนตึก World Trade Center และ Pentagon ทำให้เกิดการทดสอบความยืดหยุ่นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสื่อสาร
ตุลาคม 2001 วางจำหน่าย WIndows XP Professional

มกราคม 2000 ปัญหา Y2K ไม่ใหญ่อย่างที่คิด
กุมภาพันธ์ 2000 เกิดการโจมตีเว็บแบบ denial-of-services โดยใช้เครื่องจำนวนมากรุมโจมตี ทำให้เว็บของ Yahoo, eBay, Amazon, CNN.com และ E*Trade ใช้งานไม่ได้
กุมภาพันธ์ 2000 Cabletron แตกออกเป็น 4 บริษัท Riverstone, Enterasys, Global Network Technology Services และ Aprisma
กุมภาพันธ์ 2000 ไมโครซอฟต์ออกจำหน่าย Windows 2000 ที่ได้ปรับปรุงในส่วนของ directory, ความปลอดภัยและการบริหารจัดการ
มีนาคม 2000 3Com แยกส่วนธุรกิจ Networks Systems ออกเป็นบริษัทใหม่ ที่ดูแล LAN switch ระดับเอนเตอร์ไพรส์และ remote access gear
พฤษภาคม 2000 Cisco ซื้อ ArrowPoint Communications บริษัทผู้จัดเตรียมสวิตช์ที่ใช้ในการออปติไมซ์การจัดส่งเวบคอนเทนต์ ในราคา 5700 ล้านดอลลาร์
กรกฎาคม 2000 Nortel ซื้อ Alteon Web Systems ในราคา 7800 ล้านดอลลาร์
ตุลาคม 2000 5 ปีหลังจากที่ AT&T แตกบริษัทเป็น Lucent และ NCR แล้ว ครั้งนี้แตกบริษัทเป็น AT&T Business, AT&T Broadband, AT&T Consumer และ AT&T Wireless

มกราคม 1999 Lucent เข้าครอบครอง Ascent ในราคา 20000 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยเสริมจุดแข็งให้กับผลิตภัณฑ์ IP และ ATM
เมษายน 1999 AT&T แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการประมูลเคเบิลทีวี ด้วยการยื่นข้อเสนอถึง 58000 ล้านดอลลาร์ให้กับ MediaOne ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายใหญ่อันดับสี่
เมษายน 1999 ไวรัส Melissa แพร่กระจายไปในระบบอินเทอร์เน็ต มีเครื่องติดไวรัสนับล้านเครื่อง
มิถุนายน 1999 Akamai เริ่มให้บริการ content-delivery สำหรับภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก
มิถุนายน 1999 David House CEO คนแรกของ Bay Networks ลาออกจากตำแหน่งประธานของ Nortel หลังจากครบ 1 ปีที่ Nortel เข้าครอบครองกิจการของ Bay
สิงหาคม 1999 เฟรมรีเลย์เน็ตเวิร์กของ MCI WorldCom ล่มสร้างความเสียหายให้กับบริษัทกว่า 3,400 รายจากทั้งหมด 14,000 แห่ง
กันยายน 1999 IBM ขายกิจการส่วนสวิตชิงและเราเตอร์ให้กับ Cisco
ตุลาคม 1999 WorldCom หาญกล้าเสนอ 115000 ล้านดอลลาร์ในการเข้าซื้อ Sprint แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากไม่ผ่าน U.S. Juctice Department ในวันที่ 27 มิถุนายน 2000
พฤศจิกายน 1999 ผู้พิพากษา Thomas Penfield Jackson ของ U.S. Judge วินิฉัยว่าไมโครซอฟต์เป็นบริษัทผูกขาดการค้า
ธันวาคม 1999 AOL มีผู้ใช้บริการถึง 20 ล้านคน

มกราคม 1998 AT&T ควักกระเป๋าจ่ายถึง 11000 ล้านดอลลาร์เพื่อครอบครอง Teleport Communications Groupบริษัทคู่แข่งชั้นนำในด้านแอสเซสโพรไวเดอร์ โดยซื้อพร้อมแฟคซิลิตี้ต่างในตลาด 57 แห่ง
กุมภาพันธ์ 1998 Compaq ซื้อ Digital Equipment Corp. บริษัทผู้ผลิตมินิคอมพิวเตอร์หลักรายเดียวในราคา 9600 ล้านดอลลาร์ เป็นการปิดฉากบริษัท DEC
เมษายน 1998 เกิดภัยภิบัติทำให้สวิตช์ที่ใช้ใน frame relay network ของ AT&T ล่มอย่างรุนแรง
พฤษภาคม 1998 SBC ต่อเติมแผนปี 1997 ที่ได้ครอบครอง Pacific Telesis ด้วยการวางแผนทุ่มเงิน 56000 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อ Ameritech
มิถุนายน 1998 ไมโครซอฟต์ออกจำหน่าย Windows 98
มิถุนายน 1998 Nortel ซื้อ Bay ในราคา 9100 ล้านดอลลาร์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวมสื่อสารทั้งข้อมูล เสียงและวิดีโอเข้าด้วยกัน
มิถุนายน 1998 AT&T ซื้อ TCI ซึ่งเป็นบริษัท CATV ยักษ์ใหญ่ในราคา 48000 ล้านดอลลาร์
สิงหาคม 1998 Bell Atlantic ควบรวมกิจการกับ GTE โดยมีมูลค่าถึง 53000 ล้านดอลลาร์
ตุลาคม 1998 เริ่มแรก USinternetworking เปิดให้บริการ Application Service Provider เป็นครั้งแรก
พฤศจิกายน 1998 AOL เข้าครอบครอง Netscape ในราคา 4200 ล้านดอลลาร์

กุมภาพันธ์ 1997 Alteon, Foundry และบริษัทอื่นๆ แสดงสินค้าด้าน Gigabit Ethernet ในงาน NetWorld+Interop
มีนาคม 1997 3Com เห็นพ้องกันที่จะซื้อ U.S. Robotics ผู้ผลิตโมเด็มในราคา 6600 ล้านดอลลาร์ ด้วยการสวอปหุ้น
มีนาคม 1997 Jupiter Networks, Avici Systems และ Pluris ตั้งเป้าหมายพัฒนาซูเปอร์เราเตอร์
มีนาคม 1997 Novell ใช้งาน BrainShare '97 เพื่อเปิดตัว Eric Schmidt ซีอีโอคนใหม่
มิถุนายน 1997 เด็กเต้น (dancing baby) เดินอวดโฉมไปทั่วอินเตอร์เน็ต
มิถุนายน 1997 Bay Networks ซื้อ Rapid City บริษัทเล็กที่เริ่มต้นพัฒนา Gigabit Ethernet ในราคา 150 ล้านดอลลาร์
ตุลาคม 1997 จากการที่ Critish Telecom พยายามเทกโอเวอร์ MCI มี WorldCom แย่งไปได้โดยยื่นข้อเสนอมากถึง 30000 ล้านดอลลาร์
พฤศจิกายน 1997 AOL มีสมาชิกใช้บริการถึง 10 ล้านราย
ธันวาคม 1997 Cabletron จ่ายถึง 430 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อกิจการส่วนเน็ตเวิร์กของ Digital Equipment Corp. โดยต้องการตลาดของสวิตช์ระดับไฮเอนต์

มกราคม 1996 หลังจากผ่านไปสามปี HP เริ่มต้นประกาศไม่สนับสนุน 100VG-Any LAN for Ethernet ของบริษัทเอง และประกาศสนับสนุน 100Base-T ที่เป็นคู่แข่งแทน
กุมภาพันธ์ 1996 สภาคองเกรสออกกฎหมาย Telecommunications Act of 1996 เพื่อทลายข้อจำกัดการให้บริการเคเบิลทีวีและสื่อสารโทรคมนาคมอื่นๆ ของที่เป็นท้องถิ่นและทางไกล
มีนาคม 1996 AT&T ยกเลิกบริการ Lotus Notes สาธารณะของบริษัท หลังจากที่ให้บริการเพียงแปดเดือน
เมษายน 1996 Cisco เข้าซื้อ StrataCom ซัพพลายเออร์อุปกรณ์ WAN switch ของ ATM และ frame relay
เมษายน 1996 SBC Communications และ Pacific Telesis Group ประกาศแผนการควบรวม
พฤษภาคม 1996 ATM พร้อมเต็มพิกัด นักวิจารณ์และผู้สนับสนุนกล่าวว่า เทคโนโลยีนี้เหมาะสำหรับ end-to-end โซลูชัน
กรกฎาคม 1996 ไมโครซอฟต์เปิดตัว Windows NT 4.0 ที่มีชื่อเล่นว่า Cairo
สิงหาคม 1996 ไมโครซอฟต์ออกตัว Internet Explorer 3.0 ตัดหน้า Netscape ที่จะออกตัว Navigator 3.0 เป็นการเริ่มต้นสงครามบราวเซอร์อย่างจริงจัง
สิงหาคม 1996 Robert Frankenberg ลาออกจากตำแหน่ง ประธาน ผู้อำนวยการและ CEO ของ Novell โดยให้ Joseph Marengi ที่เป็น Executive VP of sales เป็นผู้อำนวยการแทน
กันยายน 1996 Cisco เห็นควรที่จะเข้าซื้อ Granite Systems เพื่อครอบครองเทคโนโลยี Gigabit Ethernet switching
พฤศจิกายน 1996 ไมโครซอฟต์แจกก็อปปี้ของ Windows NT Server  5.0 ให้นักพัฒนาช่วยกันพรีวิวในส่วนของ distributed directory, security และ management services

พฤษภาคม 1995 Bay Network ซื้อบริษัท Centillion ซึ่งเป็นบริษัทขนาดเล็กเพิ่งก่อตั้งที่ผลิต token-ring switch ในราคา 140 ล้านดอลลาร์
พฤษภาคม 1995 Sun ประกาศตัว Java
กรกฎาคม 1995 3Com ซื้อบริษัท Chipcom ผู้ผลิตเราเตอร์ในราคา 775 ล้านดอลลาร์
กรกฎาคม 1995 IBM เข้าซื้อ Lotus ในราคา 3500 ล้านดอลลาร์
สิงหาคม 1995 ไมโครซอฟต์ออกวางจำหน่าย Windows 95 รุ่นใหม่ที่แทนที่ Windows 3.1 โดยมาพร้อมกับ Internet Explorer 1.0 หลังจากที่เลื่อนมาหลายครั้ง
กันยายน 1995 Cisco เห็นพ้องที่จะเข้าถือสิทธิใน Grand Junction Networks บริษัทผู้พัฒนาและผู้นำใน Fast Ethernet (100Base-T) และผลิตภัณฑ์ Ethernet switch แบบตั้งโต๊ะ
กันยายน 1995 AT&T แยกตัวออกเป็น AT&T, Lucent และ NCR โดย Lucent แยกอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 1996
ตุลาคม 1995 Jim Manzi ถูกลดชั้นลงเป็น CEO ของ Lotus หลังจากที่บริษัทถูกซื้อไป 99 วัน
ธันวาคม 1995 Compaq, 3Com และ Sun เสนอ 1Gbps Ethernet ให้เป็นทางเลือกของแบ็คโบน


มกราคม 1994 MCI ก่อตั้ง MCI Metro ซึ่งเป็นบริษัทลูกและประกาศว่าจะลงทุนสองพันล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างเน็ตเวิร์กตัวใหม่ใน 20 เมือง
มีนาคม 1994 Bill Gate และ Craig McCaw ยื่นข้อเสนอกับ FCC เพื่อตั้งบริษัท Teledesic Crop เพื่อร่วมกันลงทุนในระบบสื่อสารดาวเทียมวงโคจรต่ำ
มีนาคม 1994 Novell ประกาศแผนที่จะซื้อ WordPerfect ในราคา 1400 ล้านดอลลาร์ และซื้อธุรกิจสเปรดชีทของ Borland International ในราคา 145 ล้านดอลลาร์
เมษายน 1994 นักศึกษาปริญญาเอกของ Stanford สองคนร่วมกันก่อตั้งบริษัท Yahoo
มิถุนายน 1994 หลังผ่านการพัฒนา 5 ปี รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา เปิดตัวโครงการ Government Open Systems Interconnection Profile (GOSIP) และให้อิสระในการใช้งาน TCP/IP
กรกฎาคม 1994 SynOptics บริษัทผู้ผลิตฮับของระบบแลนรายใหญ่ (713 ล้านดอลลาร์) รวมตัวกับ Wellfleet บริษัทผู้ผลิตเราเตอร์รายใหญ่อันดับสอง (223 ล้านดอลลาร์) เพื่อตั้งบริษัท Bay Networks
สิงหาคม 1994 AOL มีสมาชิกถึง 1 ล้านราย
กันยายน 1994 ในงาน NetWorld+Interop บริษัท Mosaic Communications ประกาศตัวเว็บบราวเซอร์ที่ชื่อ Netscape และเว็บเซิร์ฟเวอร์ชื่อ NetSite หลังจากนั้นสองเดือนบริษัทนำชื่อ Netscape เป็นชื่อบริษัท
ธันวาคม 1994 ก่อตั้งบริษัท Red Hat Software

กุมภาพันธ์ 1993 Paine-Webber ได้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยการใช้เน็ตเวิร์ก IBM SNA, ฟร้อนเอ็นโพรเซสเซอร์ และคลัสเตอร์คอนโทรลเลอร์สำหรับเครือข่าย TCP/IP ทั้งบน LAN, เราเตอร์ และ การเชื่อมโยงแบบเฟรมรีเลย์
กุมภาพันธ์ 1993 Marc Andreessen เผยแผร่ Mosaic ที่เป็นบราวเซอร์แบบกราฟฟิกตัวแรกของโลก ในขณะที่เขาทำงานที่ National Center for Superconputing Applications
มีนาคม 1993 Novell ได้ออกจำหน่าย Netware 4.0 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ในเวอร์ชันใหม่นี้สนับสนุนเซิร์ฟเวอร์หลายตัวและ Novell Directory Service
เมษายน 1993 SynOptics และ Cisco หยุดแผนที่จะพัฒนา RubSystem ที่เป็นเครื่องรวมของฮับและเราเตอร์
พฤษภาคม 1993 Microsoft ประกาศตัว Windows NT อย่างเป็นทางการในงาน Comdex/Spring ที่ Atlanta

มีนาคม 1992 แม้ว่าบางคนจะคิดว่า LAN Manager จะไปไม่รอด แต่ไมโครซอฟต์ยังผลักดันต่อไป โดยได้ประกาศถึง LAN Manager for Windows NT รุ่นใหม่
กันยายน 1992 Cisco เสนอ Advanced Peer-to-Peer Internetworking (APPI) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับ APPN ของ IBM ในการผสมรวมกับ SNA peer-to-peer routing ที่มีฟีเจอร์ของ TCP/IP ถัดมาอีก 11 เดือน Cisco ยกเลิก APPI
ตุลาคม 1992 Grand Junction เปิดเผยถึงการพัฒนา Ethernet รุ่นความเร็ว 100Mbps ที่ยังคงใช้สาย unshielded twisted-pair (UTP)

กุมภาพันธ์ 1991 AOL เพิ่มการสนับสนุนเครื่อง IBM compatible PC
กันยายน 1991 Crescendo เปิดตัว 100Mbps FDDI ตัวแรกของภาคอุตสาหกรรมที่ทำงานบนสาย UTP
ตุลาคม 1991 เปิดตัวเคอร์แนลของ Linux

มกราคม 1990 เครือข่ายล่ม ทำให้ชุมสายของ AT&T ไม่สามารถใช้งานได้กว่า 50%
กุมภาพันธ์ 1990 Cisco เป็นบริษัทมหาชนรายได้เพิ่มขึ้น 40% ทุกปีจนถึงปี 2000 ยกเว้นปี 1998 ที่เพิ่ม 31%
เมษายน 1990 Lotus และ Novell ประกาศแผนควบรวมบริษัทด้วยการแลกหุ้นมูลค่า หนึ่งพันห้าร้อนล้านดอลลาร์ ซึ่งยกเลิกในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง
พฤษภาคม 1990 AT&T เปิดตัว Software Defined Network voice services รุ่นที่ใช้กับข้อมูล
กรกฎาคม 1990 Compaq จำหน่ายเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ซีพียู 80486 ในรุ่น System Pro
กันยายน 1990 ไมโครซอฟต์และไอบีเอ็ม แยกกันพัฒนา OS/2 และ Winows
ตุลาคม 1990 US Sprint กลายเป็นบริษัทผู้ให้บริการสื่อสารระยะไกลรายแรกที่ให้บริการ frame relay
ธันวาคม 1990 3Com เลิกออกจากตลาดระบบปฏิบัติการเน็ตเวิร์ก เนื่องจากยอดขาย 3+Open ที่ทำงานบน OS/2 LAN Manager ของไมโครซอฟต์ ไม่สมหวัง
ธันวาคม 1990 AT&T ทุ่ม 6120 ล้านดอลลาร์เพื่อเทกโอเวอร์แบบปรปักษ์บริษัท NCR ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม

กุมภาพันธ์ 1989 Ark Electronics ลงโฆษณาวารสาร Network World ถึงโมเด็ม 19.2Kbps ราคา 3,959 ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับโมเด็มในช่วง ทศวรรษ 1980 แล้วพัฒนาค่าอัตราส่วนราคาต่อบิตที่พัฒนาสูงขึ้น
มีนาคม 1989 Tim Berners Lee แห่ง European Practice Physics Lab คิดค้น World Wide Web
พฤษภาคม 1989 บริษัท Corporation for Open Systems (COS) เปิดตัวโปรแกรม COS Mark ของบริษัทและประกาศว่ามีแผนที่จะสร้างผลิตภัณฑ์สามตัวแรกของบริษัทที่จะได้รับใบรับรอง OSI
พฤษภาคม 1989 AT&T เปิดให้บริการสื่อสารดิจิตอลความเร็วเป็นสัดส่วนของ T-1
ตุลาคม 1989 AOL แนะนำบริการสำหรับเครื่องคอมพิวตอร์ Apple Macintosh และ Apple II
ตุลาคม 1989 NetFrame นำความยุ่งยากมาสู่ยุคของซูเปอร์เซิร์ฟเวอร์ด้วยการแนะนำ 'network mainframe' ตัวแรก
พฤศจิกายน 1989 Compaq เข้าสู่ตลาด LAN ด้วยเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในรุ่น SystemPro ที่ทำงานบนซีพียู 80386 ความเร็ว 33MHz ของอินเทล โดยสามารถเพิ่ม 80386 ตัวที่สองได้

1988 NEC เปิดตัวเครื่องโน๊ตบุกคอมพิวเตอร์ตัวแรก
กุมภาพันธ์ 1988 Tandem บุกตลาด LAN ด้วยการซื้อบริษัท Ungermann-Bass ในราคา 260 ล้านดอลลาร์
เมษายน 1988 Illinois Bell เปิดให้บริการ ISDN สาธารณะ
เมษายน 1988 Network Equipment Technologies ผู้ผลิตมัลติเพล็กเซอร์ความเร็ว T1 เขย่าตลาด LAN ด้วยการซื้อบริษัท Excelan ในราคา 125 ล้านดอลลาร์
เมษายน 1988 AT&T เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ให้บริการ ISDN Primary Rate
พฤษภาคม 1988 เกิดไฟใหม้ที่ Hinsdale สำนักงานใหญ่ของ Illinois Bell ทำให้วงจรสื่อสาร 50,000 วงจรของชุมสายนี้เสียหาย
มิถุนายน 1988 IBM เปิดตัว 16Mbps Token Ring ที่พร้อมแล้วเป็นครั้งแรก โดยมันสามารถทำงานบน FDDI ความเร็ว 100Mbps
สิงหาคม 1988 MCI ฉลองครบรอบ 20 ปี
ตุลาคม 1988 3COM ออกจำหน่าย 3+OPEN ซึ่งเป็น network operating system ตัวแรกที่ทำงานบน LAN Manager ของไมโครซอฟต์ Digital Equipment Corp และ X/Open consortium ได้เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน LAN Manager
ธันวาคม 1988 IBM ขายสินทรัพย์ทั้งส่วนของส่วนวิจัยและโรงงานผลิตของแผนก Rolm Systems Division ให้กับ Siemens AG IBM ได้ซื้อบริษัทผลิต PBX ในปี 1985

1987 เปิดตัว AppleTalk
เมษายน 1987 ไมโครซอฟต์และ IBM แนะนำตัว OS/2 ไมโครซอฟต์ประกาศตัว LAN Manager ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเน็ตเวิร์กที่ใช้แข่งขันกับ Netware ของ Novell
เมษายน 1987 IBM เปิดตัว PC คอมพิวเตอร์ตระกูล PS/2 โดยมีรุ่นที่ใช้ซีพียู 8086, 80286 และ 80386
มิถุนายน 1987 3COMร่วมลงแรงอยู่เบื้องหลังความพยายามของไมโครซอฟต์ใน LAN Manager
กรกฎาคม 1987 ผู้ใช้ Very Small Aperture Terminal (VSAT) ที่เป็นเครือข่ายสื่อสารดาวเทียมยุดแรกให้คะแนนดีมาก
สิงหาคม 1987 บริษัท Bridge และ 3Com รวมกัน
พฤศจิกายน 1987 Unisys ซื้อบริษัท Timeplex ผู้ผลิต mux ในราคา 350 ล้านดอลลาร์ และขายต่อให้กับ Ascom Holding บริษัทยักษ์ใหญ่ของ Swiss ในเดือนมิถุนายน 1993 ราคา 207 ล้านดอลลาร์

มกราคม 1986 วารสาร Network World ฉบับต้นแบบ เรื่องเด่นประจำฉบับ AT&T axes Net 1000. ที่เกี่ยวกับบริการขนาดยักษ์ที่ลิงค์เทอร์มินอลต่างเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายประเภท
1986 Compaq จำหน่ายพีซีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ซีพียู 80386 เครื่องแรก
พฤษภาคม 1986 Wang ซื้อบริษัท Intecom ที่ผลิต PBX ในราคา 156 ล้านดอลลาร์
1986 IBM เปิดตัว Netview
กรกฎาคม 1986 Start-up StrataCom ออกเครื่องมัลติเพล็กเซอร์ความเร็ว T-1 ตัวแรกที่ทำงานบนแพ็กเก็ตสวิตชิง
สิงหาคม 1986 IEEE รับรองข้อเสนอมาตรฐาน 802.3 ที่เป็นอีเทอร์เน็ตความเร็ว 1Mbps เหมือนกับที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ Starlan ของ AT&T
1986 MCI mail และ CompuServe เชื่อมต่ออีเมล์เน็ตเวิร์กเข้าด้วยกัน
1986 การ์ดต่ออีเทอร์เน็ตสำหรับเครื่อง VAX ราคา 3,200 ดอลลาร์
1986 McDonals เริ่มทดลองใช้ ISDN
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 กุมภาพันธ์ 2009, 21:15:25 โดย |3athory »
ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

(\_/)
(='.'=)
("")_("")

ออฟไลน์ Nostalgia

  • *****
  • 3,864
  • 140
  • เพศ: ชาย
  • <= ถึงจะเป็น admin เซอๆ แต่ผมก็จน =>
    • ส่วนตัว
Re: 20 ปีที่ผ่านมากับวงการเน็ตเวิร์ก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 5 มิถุนายน 2007, 14:02:23 »
20 ปีกับ 20 เรื่องดีๆ ที่ลืมไม่ลง 20 บุคคลผู้มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี


04 มกราคม 2007



    จากเวลาสองทศวรรษในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อีกทั้งการเร่งพัฒนาจุดต่างเพื่อให้ตนเองเหนือกว่าคู่แข่ง หรือแม้แต่สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการ กว่าจะมาถึงจุดนี้มีอะไรมากมายให้เราค้นหา ท้ายที่สุดแล้วเราก็ได้ข้อสรุปว่าใครกันที่เป็นนักเทคโนโลยีผู้ค้นคว้าและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อีกทั้งเป็นแรงผลักดันให้โลกไอทีขยับไปข้างหน้าเพื่อมุ่งสู่ความแตกต่างจากวันเก่าๆ



ด้านเน็ตเวิร์ก

Len Bosack กับ Sandy Lerner: จากเจ้าหน้าที่ติดตั้งโครงข่ายเชื่อมต่อระหว่าง Campus ของมหาวิทยาลัย สู่ผู้ก่อตั้ง Cisco
แม้บุคคลทั้งสองอาจจะไม่ได้เป็นผู้ประดิษฐ์เราเตอร์เป็นรายแรก แต่ทั้งสองคนนี้ก็เป็นผู้ก่อตั้ง Cisco ขึ้นมา จากเดิมที่มีหน้าที่ประจำในการติดตั้งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในของมหาวิทยาลัย Stanford เพื่อเชื่อม Campus ต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งสองพบว่าเราเตอร์แบบ Multiprotocol มีส่วนสำคัญอย่างมากในการวางระบบเน็ตเวิร์ก ซึ่งหมายความว่าหากผลิตออกมาคงขายดีแน่ๆ จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง Cisco ขึ้นมาในปลายปี 1990 แต่ทั้งสองก็อยู่กับ Cisco ได้เพียงประมาณ 6 ปีเท่านั้น (Lerner ถูกบีบให้ออก ส่วน Bosack ก็ลาออกหลังจากนั้นไม่นาน) อย่างไรก็ตาม Cisco ก็ได้เติบโตขึ้นมาก จากเดิมที่มีพนักงานเพียง 4 คนและเป็นบริษัทที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นบริษัทใหญ่มีพนักงานกว่า 250 คน และเข้าสู่ตลาดหุ้นมี Market Cap ถึง 224 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน Cisco ถึอได้ว่าเป็นผู้นำตลาดในด้านอุปกรณ์เราเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆทางด้านเน็ตเวิร์ก รวมถึงอุปกรณ์ด้าน Access, Switch, Security, Storage, VoIP และ อุปกรณ์ไร้สายต่างๆ โดยถึง ณ วันนี้ Cisco มี Market cap กว่า 120,000 ล้านดอลลาร์



Desh Deshpande: ผู้สร้างตำนาน Frame Relay

    Deshpande ซึ่งก่อตั้งบริษัท Cascade Communication เป็นผู้ปฏิวัติวงการ data-service ในปี 1991 ด้วยการผลักดันแนวคิดการสื่อสารข้อมูลแบบ Frame Relay ขึ้นมา ส่งผลให้ Cascade เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วจากที่เคยเป็นบริษัทเล็กๆ กลายมาเป็นขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 900 คน มีมูลค่าทางธุรกิจกว่า 500 ล้านดอลลาร์ และถูกซื้อไปโดย Ascend Communication ในปี 1997 ด้วยมูลค่ากว่า 3,700 ล้านดอลลาร์ ในหลายปีที่ผ่านมาเทคโนโลยี Frame Relay ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูลที่ประสบความสำเร็จมาก โดยเฉพาะในระดับองค์กรที่เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานการสื่อสารข้อมูลในเน็ตเวิร์กขององค์กรต่างๆ ไปเลยทีเดียว
    หลังจากขาย Cascade ไปแล้ว Deshpande ก็ได้ก่อตั้ง Sycamore Network ขึ้นในปี 1998 ชื่อเสียงจากในอดีตในฐานะนักธุรกิจผู้บุกเบิกและคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ขึ้น มาในคราวนี้ Deshpande ได้นำแนวคิด Intelligent Optical Switch มาเป็นตัวชูโรงกับบริษัทใหม่ของเขา



Bob Metcalfe: จุดเริ่มแห่งตำนาน

    ในปี 1973 ขณะที่ทำงานอยู่กับ Xerox PARC ในตำแหน่งวิศวกร Metcalfe ได้ทำการคิดค้นอีเธอร์เน็ตขึ้นมาเป็นครั้งแรก ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีใครคาดคิดว่าเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ตที่ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ในการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน จะกลายมาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการสร้างระบบเน็ตเวิร์กขึ้นมา ที่สำคัญข้อดีของอีเธอร์เน็ตคือสามารถขยายระบบได้ไม่จำกัด ในปัจจุบันความเร็วของอีเธอร์เน็ตอยู่ในระดับกิกะไบต์ ซึ่งเป็นความเร็วที่สูงมาก
    สำหรับ Metcalfe แล้วหลังจากทำงานอยู่ที่ PARC ในช่วงแรก ก็ได้ออกมาก่อตั้งบริษัท 3COM ในปี 1979 นับว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่วาดเทคโนโลยีในอากาศแล้วสามารถจับลงมาเป็นของจริงได้ วันนี้เขาเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ช่วยบริษัทผลิตเทคโนโลยีอย่าง Polaris Venture Partners สามารถดำเนินงานต่อไปได้


Ray Noorda: มนุษย์แลน

    Noorda เป็นหนึ่งในบุคคลที่ฝ่าฝันมากกับ Novell ในปี 1982 เพื่อเผชิญกับขวางหนามครั้งใหญ่และดึงตลาดของบริษัทกลับมาอีกครั้งโดยการหันหน้าเข้าสู่การเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเน็ตเวิร์ก ความพยายามของเขานั้นทำให้วิศวกรหลายคนมองว่าเขากำลังเข็นพีซีเข้าไปสู่เน็ตเวิร์กและกำลังเปลี่ยน Novell ให้กลายเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับ LAN แต่สำหรับ Noorda แล้วนี่นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่เพราะเขาสามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จและสร้างยอดขายรวมทั้งสร้างความนิยมให้กับองค์กรมาได้ถึงปัจจุบันนี้



Radia Perlman: ไม่มีเส้นทางไหนที่หาไม่เจอ

    แม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีนักค้นคว้าเกิดขึ้นมากมายก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า Perlman จะเป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดจากงานในการกำหนดเส้นทางที่ทำเอาไว้เมื่อช่วงปี 1980 โดยเธอเป็นผู้ขยายอัลกอริธึมรูปต้นไม้ กำหนดรูปแบบของเน็ตวิร์ก และสร้างเน็ตเวิร์กที่ขยายได้ อีกทั้งมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ทั้งหมด ทุกวันนี้ Perlman กลายเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและผู้ฝึกสอนที่มีคนนับถือมากที่สุดคนหนึ่ง และยังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องโพรโตคอลเน็ตเวิร์ก รวมถึงการรักษาความปลอดภัยบนเน็ตเวิร์กในฐานะที่เป็นวิศวกรคนหนึ่งที่ Sun



Yakov Rekhter: จ้าวแห่งการสื่อสาร

อย่างที่ทราบกันดีว่า MPLS เป็นสุดยอดของโพรโตคอลแห่งทศวรรษ เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ และพร้อมสำหรับการทำงานในเจเนเรชันถัดไป และสำหรับ Rekhter เองนั้นใครๆ ก็รู้จักเขาในนามของผู้ผลิต MPLS แม้ว่าคนอื่นอย่างผู้เชี่ยวชาญด้าน routing อย่าง Tony Li จะเป็นผู้ที่พัฒนาในลำดับต่อมาก็ตามปัจจุบัน Rekhter เป็นวิศวกรที่ Juniper Networks และเป็นผู้คิดค้นหลายๆ โพรโตคอลที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน รวมไปถึงโพรโตคอลอย่าง Border Gateway Protocol


อินเทอร์เน็ต

Mark Andreessen: ผู้พลิกผันอินเทอร์เน็ต

    ในปี 1993 ขณะที่เรียนอยู่ที่ University of Illinois และทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ National Center for Supercomputing Applications นั้น Andreessen กับเพื่อนร่วมงานอีกคนคือ Eric Bina ได้คิดค้นบราวเซอร์แบบกราฟิกที่สุดแสนจะใช้งานได้ง่ายขึ้นมา โดยเวอร์ชันแรกที่ออกมานั้นก็คือ NCSA Mosaic for X Windows System ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนในวงการ ซึ่งสมัยนั้นยังคงคุ้นเคยกับการทำงานในเท็กซ์โหมด ถัดมาไม่นานก็เริ่มมีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างรวดเร็วสำหรับบราวเซอร์ Mosaic ในรุ่นที่ไม่ได้ทำงานบนระบบยูนิกซ์ จากนั้น Andreessen จึงขยับเข้าสู่การพัฒนาเวอร์ชันคอมเมอร์เชียล ซึ่งในตอนแรกใช้ชื่อว่า Mosaic Netscape จากนั้นเรื่องราวถัดมาก็เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่แทบทุกคนรู้กันดี สำหรับ Andreessen นั้นยังคงคิดการใหญ่เช่นเดิมในฐานะที่เป็นประธานของ Opsware บริษัทจัดการศูนย์ข้อมูลอัตโนมัติที่เขาร่วมก่อตั้งในปี 1999



Tim Berners-Lee: ชักใยเว็บ

    Berners-Lee วาดฝันว่าระบบข้อมูลข่าวสารนั้นควรจะเป็นมาตรฐานอะไรง่ายๆ และใช้งานได้สะดวกซึ่งเขาเองก็เป็นผู้เปลี่ยนนิสัยของผู้คนที่ใช้เน็ตเวิร์กด้วยการพัฒนา World Wide Web ออกมา โดยที่เขาพยายามจะสร้างมาตรฐานสำหรับเว็บทั้งในรูปแบบและการพัฒนาในฐานะที่เขาเป็นผู้อำนวยการของ World Wide Web Consortium



Vint Cerf: เปิดโลกเน็ตเวิร์ก

    Cerf รับหน้าที่หลักในการกำหนดโพรโตคอลเพื่อทำให้งานวิจัยเดี่ยวๆ แต่ละงานนั้นสามารถทำงานร่วมกันได้บนเน็ตเวิร์กที่เรารู้จักกันในชื่อ ARPANet ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันก็กลายมาเป็นอินเทอร์เน็ตให้เราเห็นทุกวันนี้ โดยจุดเด่นที่เราต้องขอบคุณทั้ง Cref และเพื่อนร่วมงานของเขาอย่าง Bob Kahn ก็คือการเลือกเทคโนโลยีอย่าง IP เข้ามาใช้งาน สำหรับวันนี้ Cerf กำลังใช้เทคโนโลยี IP ในระดับแอพพลิเคชันเลเยอร์สำหรับเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ในฐานะที่เขาอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าส่วนงานฝ่ายอินเทอร์เน็ตของ Google



Jon Postel: ผู้ควบคุมมาตรฐานสำหรับอินเทอร์เน็ต

    Postel เป็นอีกหนึ่งบุคคลจากหลายๆ คนที่มีความสำคัญและอยู่เบื้องหลังอินเทอร์เน็ตในยุคต้นๆ เครดิตที่ต้องยกให้เขาเลยก็คือการสร้างเท็มเพลตที่ทั้งเคลียร์และรัดกุมพอสำหรับมาตรฐานบนอินเทอร์เน็ตและยังรับหน้าที่ดูแลชุดเอกสารมาตรฐานต่างๆ ให้มีลักษณะเป็นหนึ่งเดียวอีกด้วย โดยภาพรวมแล้วเขาเป็นเหมือนคนสำคัญที่จำเป็นต้องร่วมในการพัฒนาและออกแบบมาตรฐานเปิดต่างๆ ซึ่งถ้าไม่มีหลายๆ อย่างที่เขาสร้างขึ้นมา ทั้งอินเทอร์เน็ตและเว็บอาจจะไม่เติบโตและไม่แพร่หลายได้เร็วอย่างที่เห็นในปัจจุบันก็เป็นได้ น่าเสียดายที่ Postel เสียชีวิตในปี 1998 ขณะที่อายุ 55 ปี


โครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์

Laurie Bride: เปิดโลกของระบบเปิด


    ในฐานะนักออกแบบสถาปัตยกรรมสำหรับเอ็นเตอร์ไพรส์ในบริษัท Boeing ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 80 ถึง 90 นั้น Bride อยู่ในอุตสาหกรรมมานานพอและได้ทราบถึงความต้องการในการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ซึ่งถ้าหากเราลองไล่ระบบเปิดที่มีในปัจจุบันนี้ย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วก็ย้อนกลับไปหา Bride ทั้งนั้น เพราะเขาเป็นผู้คิดค้นส่วนของ TOP ใน Manufacturing Automation Protocol/ Technical Office Protocol และยังทำงานต่อในส่วนของการออกแบบโมเดลในการเชื่อมต่อของระบบเปิด รวมทั้ง TCP/IP อีกด้วย



Bill Gates: ผู้เปิดเปิดหน้าต่างหน้าใหม่ของโลกใบนี้

    หลังจากต่อสู้และฟาดฟันกับคู่ปรับเก่าอย่าง OS/2 จากค่าย IBM มาเป็นระยะเวลานานสองนาน ปัจจุบัน Gates เป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับเอ็นเตอร์ไพรส์ รวมถึงการติดตั้งใช้งานทุกรูปแบบ ในทุกๆ ที่ล้วนแต่จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์ของเขาทั้งสิ้น แต่ถึงเขาจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญก็จริง คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ชอบวิธีการทำธุรกิจของเขา เพราะเขาคงไม่ประสบความสำเร็จถึงขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ใช้เล่ห์กล หรือเทคนิคทุกรูปแบบที่ล้วนแต่จะคิดออกมาใช้กับคู่แข่ง



Lou Gerstner: บริการสำคัญเป็นที่หนึ่ง

    แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเทคโนโลยีที่โดดเด่นก็ตาม แต่ผู้บริหารจาก RJR Nabisco คนนี้ก็ฝากความทรงจำเอาไว้ในอุตสาหกรรมในฐานะที่เป็นกลุ่มแรกๆ ที่มองเห็นความสำคัญของเซอร์วิส มาตรฐานเปิด อินเทอร์เน็ต e-business และลีนุกซ์ รวมถึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของสถาปัตยกรรมแบบเซอร์วิสที่เราเห็นในปัจจุบันนี้อีกด้วย ซึ่งด้วยมุมมองแบบนี้เองที่ทำให้ Gerstner สามารถพลิกผันยักษ์ใหญ่สีน้ำเงินจากอดีตในปี 1993 ให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในปี 2002 เลยทีเดียว



Linus Torvalds: ฮีโร่สำหรับวงการโอเพ่นซอร์ส

    ปัจจุบันการเติบโตและเปลี่ยนแปลงของโอเพ่นซอร์สนั้นไปได้รวดเร็วมาก อีกทั้งหลายคนให้ความสนใจมากขึ้น ซึ่งเราคงต้องขอบคุณ Torvalds ที่เขาเปิดเผยเคอร์เนลของ Linux ออกมาในปี 1991 ในช่วงที่เขายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยใน Helsinki ทุกวันนี้ Torvalds ยังคงทำงานให้กับ Open Source Development Labs เพื่อดูแลให้ Linux ยังคงอยู่อีกทั้งพยายามปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการของเอ็นเตอร์ไพรส์ให้มากยิ่งขึ้น



Scott McNealy: ล้างสมองใหม่ทั้งหมด

    จากคำที่คุ้นหูกันมากอย่าง “เน็ตเวิร์กก็คือคอมพิวเตอร์” ทำให้ McNealy คิดอะไรใหม่ๆ และสร้างสรรค์ไอเดียบรรเจิดให้กับสภาพแวดล้อมการทำงานบนเน็ตเวิร์ก รวมถึงการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัดในช่วงต่อระหว่างปลายยุค 80 จนถึงต้นยุค 90 โดยเขาพยายามทำตามคำพูดนั้นและในที่สุดในปี 1995 McNealy ก็นำอุตสาหกรรมไปสู่ทิศทางใหม่อีกครั้ง สู่โลกของการเขียนโค้ดครั้งเดียวทำงานได้ทุกที่ในโลกของจาวา


การสื่อสาร


Phil Evans: สนับสนุนยูสเซอร์

    Evans ในฐานะประธานและเป็นสมาชิกบอร์ดใน International Communications Association มายาวนาน ได้ช่วยเปลี่ยนรูปร่างของอุตสาหกรรมการสื่อสารเข้าสู่ยุคใหม่อีกครั้ง โดยที่ Evans นั้นได้รับการยอมรับในด้านวิสัยทัศน์ทางด้านเน็ตเวิร์กที่เขาผลักดันเจเนเรชันใหม่ของระบบสื่อสาร รวมทั้งการส่งผ่านข้อมูล ในฐานะที่เป็นหักหอกของ ICA ที่ช่วยพัฒนาบริการสื่อสารหลักๆ อย่าง ISDN และเฟรมรีเลย์ และสามารถรับมือกับบริษัทกว่า 500 บริษัทได้อย่างขาดลอยอีกด้วย



Harold Greene: เปลี่ยนโลกด้วยคำตัดสิน

    ด้วยการเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของเขาในปี 1984 ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก ทำให้รัฐบาลแยก Bell System ออกมาและเปลี่ยนอุตสาหกรรมสื่อสารไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาหวังว่าจะเกิดการแข่งขันกับระหว่างบริการโลคอลและสื่อสารทางไกลมากขึ้น ถ้า AT&T ที่เคยให้บริการในส่วนสื่อสารทางไกล และบริการโลคอลจะต้องแยกออกมาเป็น 7 บริษัทย่อย ซึ่งคำตัดสินของเขานั้นยังถูกนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานสำหรับปัจจุบันอีกด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะทำให้ Greene แปลกใจ ถ้าหากเขาฟื้นขึ้นมา (เสียชีวิตในปี 2000) ก็คือตลาดในปัจจุบันนั้นกลับไปอยู่ในมือของ AT&T รุ่นใหม่อีกครั้งเสียแล้ว



Ed Whitacre: ปืนกระบอกใหญ่ในวงการสื่อสาร

    ปีที่แล้ว Whitacre ได้เข้าไปซื้อ Bell System และแบ่งการทำงานครบวงจรที่ AT&T เคยมีออกมา การขยับตัวครั้งนี้ดูจะเป็นเรื่องปกติที่ควรจะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่ดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนกรอบและเปลี่ยนรูปแบบของวงการสื่อสารกันใหม่อีกครั้งหลังจากที่ฐานอำนาจถูกแบ่งเอาไว้อย่างชัดเจนเป็นเวลาค่อนข้างนานพอดู และตอนนี้ก็เขาอีกเหมือนกันที่พยายามผลักดันให้ AT&T เข้าไปซื้อ BellSouth


การรักษาความปลอดภัย

Shlomo Kramer: เจ้าพ่อไฟร์วอลล์

    ไม่ว่าจะมีเน็ตเวิร์กระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ที่ไหนก็ตาม ที่นั่นจะต้องมีไฟร์วอลล์เอาไว้เป็นปราการด่านแรกก่อนจะเข้าองค์กรเสมอ บางแห่งถึงขนาดตั้งระดับการป้องกันไว้หลายส่วน ชนิดที่ไม่ต่างจากต้องวิ่งฝ่าทุ่นกับระเบิดเลยทีเดียว แม้ว่าปัจจุบันเราอาจจะบอกว่าไฟร์วอลล์อย่างเดียวอาจจะป้องกันไม่พอเสียแล้ว แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเทคโนโลยีที่สำคัญมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา Kramer และเพื่อนร่วมงานที่ Check Point รวมถึง CEO อย่าง Gil Schwed ได้รับเครดิตในการคิดค้นไฟร์วอลล์ และนักวิจัยจาก Bell ชื่อ Bill Cheswick และ Steve Bellovin ก็ได้รับเครดิตจาก Firewalls and Internet Security: repelling the Wily Hacker เช่นเดียวกัน



Taher Elgamal: เข้ารหัสไว้ก่อนเสมอ

    โลกของข้อมูลดูเหมือนจะมีความปลอดภัยมากขึ้น นี่คงต้องขอบคุณ Elgamal โดยในช่วงที่เป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์จาก Netscape ในช่วงปลายยุค 90 นักเข้ารหัสผู้นี้คิดค้นโพรโตคอล SSL ที่ถูกนำมาใช้เป็นกลไกหลักในการใช้งานสำหรับเอ็นเตอร์ไพรส์และเว็บ แต่ก่อนหน้านั้น เขาเป็นผู้ควบคุมทีมวิศวกรที่ RSA Security ซึ่งเป็นผู้พัฒนามาตรฐานการเข้ารหัส RSA ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ปัจจุบันเขาเป็น CTO ของ Securify บริษัทรักษาความปลอดภัยในระดับแอพพลิเคชันเลเยอร์ที่เขาก่อตั้งขึ้น

ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

(\_/)
(='.'=)
("")_("")

ออฟไลน์ Nostalgia

  • *****
  • 3,864
  • 140
  • เพศ: ชาย
  • <= ถึงจะเป็น admin เซอๆ แต่ผมก็จน =>
    • ส่วนตัว
Re: 20 ปีที่ผ่านมากับวงการเน็ตเวิร์ก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 5 มิถุนายน 2007, 14:03:29 »
20 ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนโลกเน็ตเวิร์กในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

    จะว่าไปแล้วแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้สร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ก็ตาม แต่ด้วยสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเปลี่ยนรูปแบบในการทำงานบนเน็ตเวิร์กของพวกเราจากเดิมในช่วงเวลา 20 ปีดูเหมือนว่าเราเป็นหนึ่งส่วนสำคัญที่หนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยเช่นกัน จากมุมมองในภาพรวมของเราแล้ว ไม่ง่ายเลยกว่าที่จะสรุปเพื่อหาสุดยอด 20 ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมทางด้านเน็ตเวิร์ก

ผลิตภัณฑ์: Sniffer
บริษัท: Network General
ปีที่ผลิต: 1986


    แม้ว่าในช่วงนั้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีราคาสูงถึง 60,000 ดอลลาร์ก็ตาม แต่ในรุ่นแรกๆ ที่ออกมาในชื่อของ Compaq II นั้นก็ทำให้มันเป็นเครื่องมือตรวจวัดที่ใช้งานได้ง่ายมาก หลังจากนั้นบริษัทจึงเริ่มวางขาย Sniffer อย่างจริงจังในปี 1991 และแน่นอนว่าหลังจากนั้นก็มีการปรับปรุงจนถึงเวอร์ชันที่สามารถนำไปจับกับเน็ตเวิร์กระดับกิกะบิต เน็ตเวิร์กไร้สาย และแม้แต่เอาไว้ในแอพพลิเคชันรูปแบบต่างๆ

ผลิตภัณฑ์: Notes
บริษัท: Lotus (ขณะนี้เปลี่ยนเป็น IBM)
ปีที่ผลิต: 1989

    ด้วยการเป็นแอพพลิเคชันสำหรับเวิร์กกรุ๊ปตัวแรกที่มีการวางขายเป็นซอฟต์แวร์คอมเมอร์เชียลกันอย่างจริงจัง ทำให้ Lotus Notes 1.0 นั้นมียอดจำหน่ายกว่า 35,000 ก๊อปปี้ในระยะเวลาเพียงแค่ปีเดียวที่ออกวางตลาด โดยระบบสามารถทำงานได้ทั้งบน DOS3.1 หรือแม้แต่บน OS/2 สำหรับเครื่องไคลเอ็นต์และบนเซิร์ฟเวอร์นั้นก็สามารถทำงานได้บน DOS 3.1, 4.0 หรือ OS/2 เช่นเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์: The World
บริษัท: Software Tool & Die
ปีที่ผลิต: 1989


    The World นั้นอาจจะเป็นที่รู้จักกันในฐานะของ ISP เชิงพาณิชย์ที่เก่าแก่ที่สุด โดยเริ่มก่อตั้งใน Brookline, Mass. โดย CEO คนปัจจุบัน Barry Shein เพื่อให้สมาชิกใดๆ ก็ตามที่สนใจข้อมูลเดียวกันนั้นสามารถเข้าถึง Usenet News ในกลุ่มที่ต้องการได้ทั้งหมดโดยไม่ปิดกั้น

ผลิตภัณฑ์: Netware 3.x
บริษัท: Novell
ปีที่ผลิต: 1989

    นี่คงเป็นเวอร์ชันหนึ่งของ Netware ที่มีการพัฒนาเรื่องการดูแลระบบปฏิบัติการเน็ตเวิร์กได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับการใช้งานกับเครื่องไคลเอ็นต์จำนวนมาก อีกทั้งเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ Netware อีกด้วย นอกจากนั้นยังเป็นเวอร์ชันที่นักพัฒนายังสามารถผู้ติดบริการอื่นๆ อย่างเช่น ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส ฐานข้อมูล หรือแม้แต่เว็บเซิร์ฟเวอร์ลงไปบนเน็ตเวิร์กได้อีกด้วย(ผ่านทาง Network Loadable Modules) และในการพัฒนาต่อมาเป็น Netware 4.x นั้น Novell ยังได้เพิ่ม Novell Directory System ลงในผลิตภัณฑ์รุ่นหลักที่ออกวางจำหน่ายในปี 1993 และเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้งานบนอินเทอร์เน็ตด้วยการสนับสนุน TCP/IP เป็นโพรโตคอลหลักสำหรับเน็ตเวิร์กในปี 1998 ซึ่งตอนนั้นก็ออกมาเป็นรุ่น Netware 5.x ซะแล้ว

ผลิตภัณฑ์: ผลิตภัณฑ์เครือข่ายไร้สายในตระกูล WaveLAN
บริษัท: AT&T Network System (หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็น Lucent)
ปีที่ผลิต: 1990


    ด้วยการพัฒนาขึ้นมาจากมาตรฐานร่างที่กลายมาเป็น IEEE 802.11 ในภายหลังนั้น ผลิตภัณฑ์ WLAN ในตระกูลนี้มีออกมาในรูปแบบของเน็ตเวิร์กการ์ดแบบ PCMCIA ที่พร้อมใช้สำหรับโน้ตบุ้กและเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ส่วน WaveLAN/ISA ก็เตรียมเอาไว้ใช้กับบัส AT ในเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป WavePoint เป็นแอ็กเซสพอยนต์จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง WaveAROUND ซอฟต์แวร์สำหรับทำโรมมิ่ง WaveMONITOR โปรแกรมสำหรับตรวจสอบไซต์ที่ทำการติดตั้ง และระบบ WaveMODEM เพื่อรวมเทคโนโลยีของ WaveLAN เข้ากับผลิตภัณฑ์ OEM โดยการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันนั้นทำให้เราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้ในทุกๆ ที่ และช่วยให้เครือข่ายไร้สายกลายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เครือข่ายแบบมีสาย โดยที่ Lucent วางจำหน่ายชุดอุปกรณ์ WaveLAN ที่สนับสนุน 802.11 ได้ครบสมบูรณ์ทั้งหมดในเดือนเมษายน 1998

ผลิตภัณฑ์: ฮับแบบ 10Base T
บริษัท: Synoptics
ปีที่ผลิต: 1991


    เคยทราบไหมว่า Synoptics นั้นเคยลงไปพัฒนาอุปกรณ์แบบ 10Base-T เพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ โยนสายโคแอ็ก ทรานซิฟเวอร์และแท็ปแบบเก่าๆ ทิ้งไปได้เลย จุดแด่นก็คือความเร็วที่ทำได้สูงขึ้นผ่านทางการเชื่อมต่อแบบสาย twisted-pair หลังจากนั้น Synoptics ขยับขึ้นไปสู่ก้าวถัดไปด้วยการรวมกับ Wellfleet จนกลายมาเป็น Bay Networks ซึ่งถูก Nortel ซื้อไปในปี 1998 ปัจจุบันนี้การเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กไปยังเครื่องพีซีไคลเอ็นต์นั้น ทั้งหมดเชื่อมต่อด้วย 10Base-T รุ่นหลังทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น 100Base-TX (อีเธอร์เน็ต 100Mbps แบบสองคู่) และในรุ่น 1000Base-T (กิกะบิตบนสายแบบ twisted-pair)

ผลิตภัณฑ์: Linux
บริษัท: Open Source
ปีที่ผลิต: 1991


    ด้วยการเป็นระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์สที่สมบูรณ์แบบตัวแรกของโลก ทำให้มันกลายเป็นแพลตฟอร์มที่เด่นที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์เน็ตเวิร์กที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังจากที่ Linus Torvalds เปิดตัว ลีนุกซ์เคอร์เนลเวอร์ชัน 0.02 ออกมา แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้รับความนิยมทั้งกับการใช้งานบนวินโดวส์หรือบนเดสก์ทอปมากอย่างที่คาดเอาไว้ก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ Darwin/OS X จากค่าย Apple และ Windows จากไมโครซอฟท์เสียวสันหลังได้นานจนถึงปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์: EtherSwitch
บริษัท: Kalpana
ปีที่ผลิต: 1991


    Kalpana เป็นเจ้าแรกที่เปิดตัวสวิตซ์อีเทอร์เน็ตแบบหลายๆ พอร์ตออกมา และขยับเข้าสู่การพัฒนา EtherChannel ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มแบนด์วิดธ์ระหว่างสวิตช์โดยการรันหลายๆ ลิงก์พร้อมกันแบบขนาน จากนั้น Cisco ก็เข้าไปซื้อ Kalpana ในปี 1994 แล้วดึงเทคโนโลยีทั้งหมดมาใช้งาน และนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ในตระกูล Catalyst

ผลิตภัณฑ์: Netscape Navigator และ Spyglass Mosaic
บริษัท: Netscape และ Spyglass
ปีที่ผลิต: 1993

    บราวเซอร์ทั้งสองนี้เป็นบราวเซอร์แบบ GUI รายแรกที่ทำตลาดคอมเมอร์เชียลอย่างจริงจังและเป็นผู้สร้างสรรค์และเปิดโลกอินเทอร์เน็ตให้กับยูสเซอร์นับล้านในปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์: Firewall-1
บริษัท: Check Point
ปีที่ผลิต: 1994


    ไฟร์วอลล์แบบแพ็กเก็จฟิลเตอร์ที่สามารถบริหารจัดการได้จาก Check Point นับเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแนวคิดเดิมๆ จากหน้ามือเป็นหลังมือ Check Point ได้สร้างพันธมิตรกับบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่มีศักยภาพสูงอย่าง Nokia ทำให้ลูกค้าในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์มั่นใจที่จะซื้อและติดตั้งไฟร์วอลล์จาก Check Point เพื่อปกป้องเครือข่ายในองค์กรของเขา

ผลิตภัณฑ์: Windows 95
บริษัท: Microsoft
ปีที่ผลิต: 1995

    นับเป็นโอเอสสำหรับไคลเอ็นต์ตัวแรกที่สนับสนุน Winsock ได้ในตัว (ชื่อย่อมาจาก Windows Sockets) ซึ่งเป็นสเป็กที่ระบุว่าเครื่องที่ใช้วินโดวส์จะสามารถเข้าถึงบริการบนเน็ตเวิร์กได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกับ TCP/IP ซึ่งนี่ดูจะเป็นไม้เด็ดที่ฆ่าคู่แข่งนับสิบรายที่พยายามพัฒนา TCP/IP stack ออกมา และเปิดเส้นทางสู่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ทำให้ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จมาจนทุกวันนี้

ผลิตภัณฑ์: Apache Web Server
บริษัท: Open Source
ปีที่ผลิต: 1995


    Apache นับเป็นฟรีเว็บเซิร์ฟเวอร์ตัวแรกที่ออกมาให้เราใช้กัน และปัจจุบันดูเหมือนมันจะมีใช้งานอยู่แทบทุกที่ในโลกใบนี้ โดยหน้าที่หลักหนีไม่พ้นการให้บริการข้อมูลทุกรูปแบบและทุกขนาดโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ

ผลิตภัณฑ์: Cisco 2005 routers
บริษัท: Cisco
ปีที่ผลิต: 1995


    ไอพีเราเตอร์ในตระกูลนี้นั้นเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายสูงที่สุดตลอดกาล สาเหตุก็เพราะว่าทุกอย่างดูจะลงตัวไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นขนาด ความสะดวกในการใช้งาน รวมไปถึงราคา โดยเจ้าเราเตอร์แบบ all-in-one ตัวนี้เปลี่ยนวิธีที่เอ็นเตอร์ไพรส์สร้างเครือข่ายให้กลายเป็นเรื่องง่ายเพียงไม่กี่อึดใจ

ผลิตภัณฑ์: โทรศัพท์มือถือ StarTac
บริษัท: Motorola
ปีที่ผลิต: ช่วงกลางยุค 90


    ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ใหม่เป็นแบบฝาฟลิปซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อนในสมัยนั้น ทำให้ Motorola ผลิตมือถือที่กลายเป็นอะไรสักอย่างที่สามารถพกใส่กระเป๋าได้ง่าย หนีบเข็มขัดก็ดูเท่ และที่แน่ๆ คือทุกคนอยากหยิบมันขึ้นมาใช้งานเพียงเพราะว่าอยากโชว์ว่ามี StarTac มากกว่าจะใช้ติดต่องานกันเสียอีก

ผลิตภัณฑ์: เราเตอร์ M40
บริษัท: Juniper Networks
ปีที่ผลิต: 1998


    ในทศวรรษที่แล้วของ Cisco กับการใช้เราเตอร์อย่าง ISG นั้นสามารถเบียดคู่แข่งในวงการเน็ตเวิร์กรายใหญ่ๆ จนกระเด็นไปได้หลายราย ไม่ว่าจะเป็น 3Com, Proteon, Wellfleet และ IBM’s Networking Hardware Division แต่ถึงอย่างไรทั้ง ISP และเอ็นเตอร์ไพรส์จำนวนมากต่างก็มองเห็นว่า Juniper นั้นเป็นเพียงแค่ผู้ผลิตเราเตอร์อันดับสองเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง M40 นั้นออกแบบโดย Tony Li นักออกแบบสถาปัตยกรรมเราติ้งคนเดียวกันกับที่เคยออกแบบให้กับเราเตอร์ในตระกูล 12000 จาก Cisco แล้วอย่างนี้มันน่าเสียใจไหมล่ะ

ผลิตภัณฑ์: SendMail Switch
บริษัท: SendMail
ปีที่ผลิต: 1998

    SendMail นับเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของอีเมล์เพราะว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ทำให้ทุกคนตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วรันโปรแกรมสื่อสารอีเมล์บนอินเทอร์เน็ต Eric Allman เขียนเจ้าอีเมล์เอเจนท์แบบโอเพ่นซอร์สเวอร์ชันแรกตัวนี้เอาไว้ในสมัยที่เขายังเรียนอยู่ที่ University of California at Berkeley ในปี 1979 จากนั้นเขาก็หยุดพัฒนาในปี 1982 และก็ไม่ได้สมใจมันอีกเลยจนกระทั่งปี 1990 จากนั้นในปี 1998 เขาก็ก่อตั้ง SendMail เพื่อขายซอฟต์แวร์คอมเมอร์เชียลตัวแรก นั่นก็คือ SendMail Switch นั่นเอง

ผลิตภัณฑ์: Google Internet Search Engine
บริษัท: Google
ปีที่ผลิต: 1998

    เสิร์จเอนจิ้นตัวนี้เริ่มต้นจากการเป็นงานวิจัยสำหรับนักเรียนปริญญาเอกสองคนจาก Standford University นั่นก็คือ Larry Page และ Sergey Brin โดยมันมีข้อแตกต่างจากเสิร์จเอนจิ้นเดิมๆ ค่อนข้างมากเพราะว่าระบบสามารถวิเคราะห์ลิงก์ระหว่างเว็บไซต์ได้เองเพื่อระบุความสำคัญของแต่ละไซต์ออกมาได้ โดยทฤษฎีอยู่ที่ว่า เว็บเพจที่มีลิงก์มาจากเพจก่อนหน้าหลายๆ เพจแสดงว่าเป็นเว็บเพจที่สำคัญและควรจะมองเป็นอันดับต้นๆ ในการค้นหา ถ้าเราดูจากราคาหุ้นของ Google และแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะแค่นี้ก็พิเศษความเป็น Google ได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว

ผลิตภัณฑ์: Napster
บริษัท: Napster
ปีที่ผลิต: 1999


    เมื่อถึงเวลาที่เทคโนโลยีมายืนอยู่ที่จุดเดียวกับความถูกต้องจนเราบอกไม่ได้ว่าควรจะทำอย่างไร ดูเหมือนว่า Napster นั้นเป็นเหมือนระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหญ่ที่ทิ้งลงกลางวงอุตสาหกรรมเน็ตเวิร์ก เพราะระบบการแชร์ไฟล์แบบ peer-to-peer นั้นถูกนำไปใช้เพื่อการแชร์ไฟล์เพลงเป็นหลัก งานนี้เล่นเอาหลายคนปวดหัวและเกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมาเลยทีเดียว

ผลิตภัณฑ์: Windows 2000 Server
บริษัท: Microsoft
ปีที่ผลิต: 2000


    นับเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่มองข้ามไปไม่ได้เลยสำหรับผลิตภัณฑ์ในฝั่งเซิร์ฟเวอร์จากไมโครซอฟท์ เพราะนี่ดูจะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างไปจากเดิม เพราะทั้งประสิทธิภาพของ Windows 2000 Server ที่มีการพัฒนาอย่างเด่นชัดเหนือกว่าระบบปฏิบัติการสำหรับเซิร์ฟเวอร์ตัวเดิมอย่าง Windows NT 3.51 นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Active Directory Service มาให้ สำหรับ Windows 2000 Server นั้นยังเป็นเป้าหมายหลักของเวิร์ม ซึ่งจะเห็นได้จากการโจมตีของ Code Red ในปี 2001 ที่มุ่งการโจมตีไปที่เซอร์วิสการทำอินเด็กซ์ของ Windows 2000 IIS

ผลิตภัณฑ์: Skype
บริษัท: Skype
ปีที่ผลิต: 2003


    แอพพลิเคชันโทรศัพท์ peer-to-peer ที่ออกแบบมาเฉพาะตัวนี้นับเป็นผลิตภัณฑ์ VoIP ตัวแรกที่มีประสิทธิภาพดีจนเป็นที่ยอมรับ (ยังมีใครสนใจอีกหรือเปล่า ว่ามันจะฟรีหรือไม่) และส่งให้เกิดคำถามมากมายตามมาว่าทำไมหลายบริษัทจึงยังไม่พร้อมที่จะก้าวไปอีกขั้น และก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงกลางปีที่ผ่านมา เมื่อ eBay เข้าไปซื้อกิจการทั้งหมด

ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

(\_/)
(='.'=)
("")_("")

ออฟไลน์ Nostalgia

  • *****
  • 3,864
  • 140
  • เพศ: ชาย
  • <= ถึงจะเป็น admin เซอๆ แต่ผมก็จน =>
    • ส่วนตัว
Re: 20 ปีที่ผ่านมากับวงการเน็ตเวิร์ก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 6 มิถุนายน 2007, 08:16:28 »
20 เรื่องสำคัญตลอด 20 ปีที่ผ่านมา


อุตสาหกรรมเน็ตเวิร์กถูกสร้างให้เป็นรูปเป็นร่างมากว่า 20 ปี ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาเป็นลำดับ ธุรกิจก็เริ่มขยับตามไปด้วยเช่นกัน แต่ในระหว่างนั้นก็มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เราต้องจดจำเอาไว้ไม่มีลืม

2005
ลาก่อน AT&T สวัสดี AT&T
    หนึ่งในบริษัทที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกธุรกิจก็คือ AT&T ที่พ่ายแพ้ต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดและนับเป็นปีแห่งการบริหารยอดแย่ และตกลงกับข้อเสนอซื้อ 16,000 ล้านดอลลาร์จาก SBC แต่ถ้ามองในแง่ดีบ้าง AT&T ก็เป็นเหมือนบริษัทที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งจากการรวมกันของหลายๆ บริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้ AT&T พยายามรวมกันโดยการเข้าซื้อ BellSouth ในราคา 67,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว

2003
Slammer สร้างหายนะให้กับวงการ
    เวิร์ม MS-SQL Slammer สร้างความปั่นป่วนบนเครือข่ายครั้งใหญ่ โดยการโจมตีเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ได้ระวังตัวกว่าครึ่งล้านในช่วงเวลาเพียงอาทิตย์เดียว และส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาอีกนานนับเดือน โดยถึงขนาดที่โฆษกจาก JP Morgan ถึงกับออกมาพูดว่า “เราจำเป็นต้องปิดการให้บริการ online banking”

2002
Ebbers ทำลาย WorldCom กับมือ
    Bernie Ebbers กลับมาเซ็นสัญญาเป็น CEO ของ WorldCom อีกครั้งท่ามกลางความสงสัยในเรื่องสถานภาพทางการเงิน และการล้มละลายของบริษัท หลังจากนั้นไม่นาน MCI ก็ต้องล้มละลาย แต่หลังจากข่าวนี้ออกไปไม่นานบริษัทก็ถูก Verizon ซื้อไป

2000
E-Commerce เจ้าปัญหา
การโจมตีเว็บทำให้เว็บไซต์อย่าง Yahoo, eBay, Amazon, CNN.com และ E*Trade โดนโจมตีแบบ denial-of-service หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มบริษัทชั้นนำบนอินเทอร์เน็ตต่างประชุมร่วมกันเพื่อรับมือกับปัญหาและป้องกันการถูกโจมตีแบบดังกล่าวอีก

1999
การผูกขาดจากไมโครซอฟท์
    ศาลในอเมริกามีคำตัดสินว่าไมโครซอฟท์ผูกขาดทางการค้า แม้ว่าสามปีให้หลังศาลอีกศาลจะเปลี่ยนคำตัดสินก็ไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในการทำธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด

1999
IBM โยนเน็ตทิ้งดื้อๆ
บริษัทที่เคยเป็นผู้นำในตลาดทางด้านเน็ตเวิร์กกลับยอมขายทิ้งธุรกิจในส่วนของสวิตชิงและเราติ้งให้กับคู่แข่งอย่าง Cisco

1998
ขายทิ้ง Netscape
    หลังจากการต่อสู้ฟาดหันมากับไมโครซอฟท์ สุดท้าย Netscape จึงดูเหมือนจะโดดเดี่ยวที่สุดและถึงกับยอมรับข้อเสนอซื้อ 4,200 ล้านดอลลาร์จาก AOL

ไม่มีอีกแล้วสำหรับ DEC
    Compaq ยอมควักกระเป๋าจ่ายถึง 9,600 ล้านดอลลาร์สำหรับอดีตผู้ผลิตมินิคอมพิวเตอร์ Digital Equipment Corp เคยเป็นบริษัทที่รวมขึ้นมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Cabletron, Intel และ Oracle

1997
เลิกใช้สายด้วย Wi-Fi
    IEEE เปิดตัวมาตรฐาน 802.11 เปิดทางสะดวกให้กับเครือข่ายไร้สาย รวมทั้งฮอทสปอต และก็ถึงเวลาทำสงครามแอกเซสพอยนต์ได้แล้ว

1996
จัดรูประบบสื่อสารใหม่
    สภาสหรัฐออกกฎหมายว่าด้วยการสื่อสารในปี 1996 เป็นการทลายกำแพงระหว่างบริการโลคอลและทางไกล รวมถึงเคเบิลทีวีและตลาดอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งนี่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามมา

1995
IBM ซื้อ Notes
    IBM ยื่นข้อเสนอในการซื้อ Lotus ในราคาสูงถึง 3,500 ล้านดอลลาร์ และเริ่มลงมาต่อสู้กับไมโครซอฟท์อย่างจริงจังทำในส่วนของซอฟต์แวร์อีเมล์และการทำงานร่วมกัน

ไมโครซอฟท์หาอินเทอร์เน็ตเจอซะที
    Bill Gates แจกโน้ตที่ได้รับความนิยมสุด “The Internet Tidal Wave” ซึ่งตอนนั้นดูเหมือนจะช้ากว่าคู่แข่งรายอื่นอยู่หลายปี แต่ถึงอย่างไรไมโครซอฟท์ก็พยายามเร่งตามมาจนทันคู่แข่งจนได้

ที่ไหนก็มีอีเทอร์เน็ต
    มาตรฐาน Fast Ethernet ดูจะโตเร็วมาก ส่งผลให้ 100VG-AnyLAN, Token Ring และเทคโนโลยีอื่นๆ ตกกระป๋องไปทันที และเปิดทางเข้าสู่ Gigabit และ 10Gbps Ethernet และแน่นอนว่าราคาถูกซะด้วย

1994
โอ้จอร์จ GOSIP ตายซะแล้ว
    หลังจากพยายามพัฒนากันมาอย่างยาวนานถึง 5 ปี รัฐบาลก็ตัดใจถอดปลั๊ก Government Open Systems Interconnection Profile(GOSIP) แล้วหันมาใช้ TCP/IP แทน

1991
ฉลองวันเกิด Linux
    สำหรับพวกเรา อาจจะต้องใช้เวลาคิดกันอยู่พอสมควร แต่สำหรับ Linus Torvalds นั้นไม่ลังเลที่จะทำอะไรบางอย่างลงไป หลังจากที่เขาพัฒนาเคอร์เนลของ Linux เสร็จในสมัยที่ยังเรียนอยู่ที่ University of Helsinki

1990
OS/2 กับ Windows ใครจะอยู่ใครจะไป
    ไมโครซอฟท์และ IBM ต่างก็เร่งพัฒนา OS/2 และวินโดวส์ขนานกันไป ถึงตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าใครอยู่ ใครไป

1989
ยินดีต้อนรับสู่เว็บ
    Tim Berners-Lee จาก European Practice Physics Lab เปิดตัว World Wide Web แล้วให้เครดิตทั้งหมดแก่ Marc Andreessen และเพื่อนร่วมงานทั้งหมด

1988
Hinsdale เกิดไฟไหม้
เกิดไฟไหม้ที่สำนักงานใหญ่ Hinsdale ใน Illinois Bell โดยเกิดความเสียหายกับวงจรทั้งหมด 50,000 วงจร ที่ทำงานอยู่บนสวิตช์ เหตุการณ์ครั้งนี้ปลุกให้หลายคนตื่นจากหลับและหันมาสนใจเรื่องของ Disaster Recovery กันยกใหญ่

SNMP ง่ายกว่านี้มีอีกไหม
    โพรโตคอลสำหรับบริหารจัดการตัวแรกเปิดตัวออกมา และ SNMP ก็ยังพัฒนาต่อไปจนเกิด CMIP

1986
ได้เวลาติดต่อด้วยอีเมล์
    MCI Mail และ CompuServe เชื่อมโยงเครือข่ายอีเมล์เข้าด้วยกัน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้งานข้อความอย่างมีประสิทธิภาพ
ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

(\_/)
(='.'=)
("")_("")

ออฟไลน์ Nostalgia

  • *****
  • 3,864
  • 140
  • เพศ: ชาย
  • <= ถึงจะเป็น admin เซอๆ แต่ผมก็จน =>
    • ส่วนตัว
Re: 20 ปีที่ผ่านมากับวงการเน็ตเวิร์ก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 6 มิถุนายน 2007, 08:17:28 »
20 ปีที่ผ่านมากในโลกเน็ตเวิร์กมีอะไรที่สำคัญ


20 ปีที่ผ่านมา โลกเทคโนโลยีเปลี่ยนไปมาก จนเราจำไม่ได้ว่าถ้าย้อนกลับไปแล้ว เราจะทำงานได้อย่างไร

Brett Case, LAN coordinator จาก Ross Stores เมือง Pleasanton, Calif กล่าวไว้ว่า "ฉันไม่สามารถจินตนาการถึงชีวิตที่ปราศจากเครื่องคอมพิวเตอร์ อีเมล์ เครื่อง DVR เครื่องปรับอากาศในรถ บ้าน และที่ทำงาน คุณคิดอย่างฉันไหมว่าชีวิตจะยุ่งยากมากถ้าไม่มีเครื่อง DVR?"
จากข้อมูลการสำรวจพบว่า มากกว่า 70% ตอบว่ามาตรฐานความเป็นอยู่ของคนในปัจจุบันดีขึ้นกว่า 20 ปีที่แล้ว โดยได้รับผลจากเครื่องมือทางเทคโนโลยี ก็ไม่ใช่ทั้งหมดยังพบว่าอีก 11% มาตรฐานความเป็นอยู่ยังไม่เปลี่ยนแปลง และ 10% ยังบอกอีกว่าพวกเขาความเป็นอยู่แย่ลงกว่าเดิม (8% เด็กเกินกว่าจะจำได้)

ถามพวกเขาอีกว่าอยากจะทำให้มันแตกต่างหรือไม่ถ้าพวกเขาได้กลับไปทำทุกอย่างอีกครั้ง น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า พวกเขาจะยังดำเนินตามแนวทางเดิมของเทคโนโลยี อีก 37% กล่าวว่าพวกเขาชอบวงการเทคโนโลยี เป็นแต่หวังที่จะทำให้เกิดความแตกต่างออกไป ในขณะที่ 12% กล่าวว่าพวกเขาหลีกเลี่ยงอย่างสิ้นเชิง ส่วนที่เหลือไม่ตอบเนื่องจากไม่แนใจ

เมื่อเราสำรวจต่อไปว่า ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหรือบุคคลใดในจินตนาการที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าคำตอบที่ทุกคนเลือกคือ Bill Gates ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ถึงแม้บางคนอาจจะบอกว่าเขาไม่ได้เก่งอะไร เพียงแค่มาถูกที่ถูกเวลาเท่านั้น

 David Green ประธานที่ปรึกษาของ NetGreen Consulting ใน South Carolina มีความคิดเห็น 2 ด้านของข้อโต้แย้ง เขากล่าวว่า "Bill Gates เป็นตัวอย่างที่ดีมากของเรื่องความฉลาดและความโชคดีที่มาพบกันในเวลาที่เหมาะสม"

ส่วนผู้อ่านคนอื่นๆ กล่าวว่า Bill Gates เป็นผู้สร้างไมโครซอฟท์ได้อย่างหลักแหลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าซื้อกิจการของคู่แข่งตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่คิดว่า Bill Gates เป็นผู้มีวิสัยทัศน์แต่อย่างใด

Harrold Finz นักสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์บริษัท CitiGroup รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า "Bill Gateไม่ได้มีวิสัยทัศน์อย่างที่คิดหรอก เค้าวางแผนตบตา IBM และวางสนุ้กกัน Apple ปล่อยให้บริษัทอื่นเสี่ยงลองผิดลองถูกทางธุรกิจ โดยถือโอกาสนี้เป็นแนวทางให้เค้าได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น หรือไม่ก็ซื้อบริษัทนั้นซะเลย"

Thom Count ที่ปรึกษาทางด้านเน็ตเวิร์ก บริษัท Genzyme ในรัฐ Massachusetts ได้ให้เครดิต Bill Gates เป็นอย่างมากว่า Bill Gates คาดเดาอะไรไว้ก็เป็นจริงทั้งหมด แม้ว่าในยุคแรกที่ Bill Gates ได้ผลิตภาษาเบสิกสำหรับเครื่อง CPM เขายังมองเห็นถึงผลที่ตามมามากมาย
ผู้อ่านได้เขียนชื่อนักวิสัยทัศน์คนอื่นๆ ที่ไม่มีชื่อในแบบสอบถาม เช่น John Chambers ซีอีโอของ Cisco, Linus Torvalds ผู้สร้าง Linux ,Steve Jobs ซีอีโอของบริษัท Apple และ Bob Noyce และ Gordon Moore ของ Intel  เป็นต้น

พีซีหรืออินเทอร์เน็ตอะไรสำคัญกว่ากัน


แบบสำรวจได้ถามต่อไปอีกว่า  ถ้าขาดเทคโนโลยีอะไรที่พวกเขาไม่สามารถอยู่ได้ อินเทอร์เน็ต, เครื่องคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ หรือ PowerPoint ผลสำรวจพบว่า 51% กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตมีความสำคัญสำหรับทุกอย่าง แต่ผู้อ่านที่ตอบแบบสำรวจจำนวนมากได้ให้ข้อสังเกตว่า ถ้าจะเปรียบเทียบความสำคัญระหว่างอินเทอร์เน็ตกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วล่ะก็ มันไม่ต่างกับปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน
Kai Hintze โปรแกรมเมอร์ระบบอาวุโส บริษัท Albertsons ในรัฐ Idaho กล่าวว่า "ผมคิดไม่ออกว่า อินเทอร์เน็ตจะแพร่หลายได้อย่างไรถ้าไม่มีเว็บไซต์ทำงานอยู่บนอินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์จะไม่แพร่หลายมากถ้าไม่มี Graphic terminal ที่พีซีคอมพิวเตอร์ทำให้"

Wayne Hainworth วิศวกรทางด้านเน็ตเวิร์กจากบริษัท Tidland ใน Washington กล่าวว่า "ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตงานของเขาก็จะยากขึ้นมาเล็กน้อย แต่ถ้าไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วทำงานไม่ได้เลย"

ผู้อ่านที่ตอบแบบสำรวจได้ให้เครดิตสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นอันดับหนึ่งว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานได้ ส่วนอีเมล์ตามมาเป็นอันดับ 2

Matthew Simpson ผู้จัดการ e-commerce และอินทราเน็ตของบริษัท MOL กล่าวว่า "คอมพิวเตอร์เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใช้อยู่เป็นประจำวันเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิผล ส่วนอีเมล์มีเพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะของเทคโนโลยีการส่งข้อความส่วนตัวซึ่งมีใช้กันอยู่แล้วในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ"
ผู้ตอบแบบสอบถามรายหนึ่งคิดไกลไปกว่านั้น โดยกล่าวว่า อีเมล์เป็นตัวลดประสิทธิผลของบริษัท แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเห็นด้วยกับข้อดีของอีเมล์ Jim Noriss ผู้จัดการ ระบบไอทีของบริษัท Cochise County ในรัฐ Arizona กล่าวว่า "ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ไม่เคยมีการช่วยเหลือให้ความร่วมมือในการทำงานที่ง่ายและราคาที่เหมาะสมกว่านี้อีกแล้ว ในตามความเป็นจริงแล้วสังคมและการเมืองการปกครองได้รับผลกระทบจากการแลกเปลี่ยนความคิดและข้อมูลข่าวสารกันมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมีมาก่อน การปกครองระบอบประชาธิปไตยในยุโรปตะวันออกเชื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลงและส่งเสริมจากอินเทอร์เน็ต และอีเมล์"


เหมือนไม่เวิร์กแต่มันเวิร์กจริงๆ


แม้ว่าไม่มีใครให้เครดิตกับริงโทนว่ามันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่มันก็ติดอันดับหนึ่ง ในรายการเทคโนโลยีที่ผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่ามันเหลวไหลไม่น่าประสบความสำเร็จ

Simpson กล่าวสั้นๆ ว่า "ริงโทนคืออะไร? เป็นเทคโนโลยีที่ตามใจตัวเอง น่ารำคาญหรือเปล่า น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ผมรู้สึกเซ็งมากที่เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าของเครื่องโทรศัพท์ที่บริษัทให้มาเป็นเสียงกระดิ่งของโทรศัพท์ธรรมดาไม่ได้ มีแต่เสียงดนตรีที่ไม่สื่ออะไร"
Blog ตามมาติดๆ เป็นอันดับสอง Hintze กล่าวว่า "ผมไม่เห็นว่ามันแปลกหรือแตกต่างไปจากบทความที่ออนไลน์แต่อย่างไร แต่ที่ดีกว่านั้นก็คือมีซอฟต์แวร์ที่สร้าง Blog ที่ทำให้โพสต์ข้อความได้ง่าย"

ตัวเลือกอื่นๆ จากแบบสำรวจคือ ข้อความด่วน (ICQ หรือ MSN), Skype (การส่งสัญญาณเสียงผ่านระบบ Internet) และ สังคมเว็บไซต์เน็ตเวิร์ก
ในทางกลับกันเทคโนโลยีที่ดูดีแต่ไม่ประสบความสำเร็จอันดับหนึ่งคือ ISDN Simpson ได้ให้คำนิยามใหม่ของ ISDN ว่า "I Still Don't Need" ("ฉันก็ไม่ต้องการมันอยู่ดี")

ผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่า ISDN ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่อง ใช้งานได้ไม่แพร่หลายและมีมาตรฐานที่หลากหลาย Hintze กล่าวว่า "ถึงแม้ว่า ISDN จะมีความสามารถทำอะไรได้อย่างมากมาย

แต่มันก็ไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้  ถึงแม้จะมีการโฆษณาที่ดีแล้วแต่ไม่ได้บอกว่ามีการใช้งานอย่างไร และหาใช้ได้ที่ไหน"


ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

(\_/)
(='.'=)
("")_("")

ออฟไลน์ Nostalgia

  • *****
  • 3,864
  • 140
  • เพศ: ชาย
  • <= ถึงจะเป็น admin เซอๆ แต่ผมก็จน =>
    • ส่วนตัว
Re: 20 ปีที่ผ่านมากับวงการเน็ตเวิร์ก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 6 มิถุนายน 2007, 08:18:08 »
เทคโนโลยีใหม่ในอีก 20 ปีข้างหน้า?


แบบสำรวจมีคำถามอีกว่า อะไรที่จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ในอีก 20 ปีข้างหน้า? ผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (Wireless Boardband) Simpson กล่าวแบบเล่นๆ ว่า "ช่วยปล่อยผมออกจากสัญญาผูกมัดของบริษัทให้บริการ cable และ DSL"
Hainsworth กล่าวว่า "อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายกำลังมีผลกระทบอย่างมโหฬารกับเทคโนโลยี และกำลังก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันเป็นส่วนขยายของระบบฮาร์ดแวร์ในปัจจุบัน"

Green กล่าวว่านับจากมีโทรทัศน์แล้ว อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ "มันกำลังแสดงให้เห็นถึงโอกาสใหม่ๆ แม้ว่ามันยังมีข้อถกเถียงเรื่องความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัยและยังไม่มีโมเดลทางธุรกิจที่จะสนับสนุนการใช้งานของมัน"
เทคโนโลยีอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็คือนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology), การใช้เน็ตเวิร์คไร้สายในพื้นที่ส่วนตัว (Personal area networks) และคอมพิวเตอร์ชีวภาพ (Biological computing)

Finz กล่าวว่า "เมื่อเจอคำถามที่พบกันบ่อยๆ ว่ากุญแจ กับรีโมทหายไปไหน เทคโนโลยี RFID สามารถตอบคำถาม 2 ข้อนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา"


ให้ฉันดูแลเธอ รักเธอได้ไหม

(\_/)
(='.'=)
("")_("")