Thaiadmin

ใครตามหา NAS ทนๆระบายความร้อนดีมีระบบการจัดการฮาร์ดดิสก์ง่ายๆ ลองอ่านรีวิวดูครับ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สวัสดีครับ ห่ า งหายไปนานเลยกับการรีวิวอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค และวันนี้ผมก็ไม่ได้มาพร้อมกับเราเตอร์รุ่นใหม่เพราะไม่มีรุ่นใหม่ๆโดนๆมาให้เล่น แต่ก็แอบเห็นรีวิวของเว็บไอทีดังๆเค้าพูดเกี่ยวกับ NAS หรือ Network Attached Storage อุปกรณ์ที่เอาไว้ใส่ฮาร์ดดิสก์หลายๆลูกเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆที่ต่อเน็ตได้เช่นสมาร์ทโฟน แท็บเลต สามารถเรียกไฟล์ต่างๆในฮาร์ดดิสก์ไปใช้งานได้โดยไม่ต้องมาต่อสาย เสียบซิงค์ อะไรให้มันยุ่งยาก (พวกหนัง เพลง ไฟล์งาน บลาๆๆ)



สุดท้ายหลังจากอ่านรีวิวไปมาก...ก็ได้ฤกษ์ซื้อมาลองเล่นเองบ้างเลยถือโอกาสนี้รีวิวในแบบบ้านๆว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้าง บอกไว้ก่อนเลยว่าราคาไม่ได้ชีคๆชิลๆเหมือน NAS จากแดงมังกร เพราะว่ามันก็มาพร้อมกับระบบการจัดการฮาร์ดดิสก์ที่ดี และมีฟังก์ชั่นอะไรดีๆมาให้เยอะในระดับที่ส่วนตัวผมคิดว่าคุ้มก็เลยจัดมา



NAS รุ่นที่ผมจัดมาก็คือ ZyXEL NAS 326 เป็น NAS รุ่นเกือบจะเล็กสุดในตระกูล(รุ่นเล็กสุดใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ลูกเดียว)โดยรุ่นนี้จะสามารถใส่ฮาร์ดดิสก์เข้าไปได้ทั้งหมด 2 ลูก ความจุสูงสุดที่รองรับคือ 16 TB หรือ 8 TB จำนวน 2 ลูก ไม่รวมฮาร์ดดิสก์เอ็กเทอร์นอลที่ต่อแยกข้างนอก



ข้อดีที่เห็นๆของรุ่นนี้เลยก็คือ
1.มันตั้งโหลดบิตได้จากในตัวมันเอง ทำให้ไม่ต้องเปิดคอมโหลด ทั้งนี้ทั้งนั้น...ใครมีเราเตอร์ดีๆก็เข้าใจว่ามีฟังก์ชั่นนี้เหมือนกัน แต่โหลดนานๆเราเตอร์มันก็ทำงานหนัก ร้อน เดี๋ยวก็ค้างเน็ตหลุดอีกส่วนตัวเลยมาใช้NAS โหลดให้ดีกว่าเพราะมันมีระบบระบายความร้อนที่ดีเหมาะกับการเปิดใช้งานนานๆ
2.มาพร้อมหน้าจอการจัดการฮาร์ดดิสก์ที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องลงโปรแกรม เซ็ตอัพผ่านเบราเซอร์ชิลๆทีละสเต็ป
3.มีแอพบนสมาร์ทโฟนเพื่อเข้าถึง NAS ของเรา ทั้งจากวง LAN และ WAN(ใข้เน็ตข้างนอกก็ต่อเข้ามาหา NAS ที่บ้านได้) เรียกได้ว่าเป็น Cloud ส่วนตัว แต่ทั้งนี้ค่าอัพโหลดของเน็ตบ้านท่านก็ต้องเยอะหน่อย ไม่งั้นเวลาเรียกไฟล์มันก็จะช้า แต่ถ้าเน็ตแรงมากก็ไร้ปัญหา
4.รองรับการสตรีมมิ่งไฟล์หนัง 4K แบบสบายๆเพราะว่ามันสามารถอ่าน/เขียนข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ได้ที่ 105 MB/s เอาเป็นว่าระบบ LAN หรือ Wi-Fi AC ที่บ้านถ้ารองรับถึง 1Gbps(1,000Mbps)ก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพของ NAS ตัวนี้
5.ทำ RAID 0 เพื่อรวมฮาร์ดดิสก์สองลูกเป็นก้อนเดียวแต่คงไม่ได้ใช้ประโยชน์เรื่องความเร็วที่เพิ่มขึ้นเท่าไรครับเพราะว่ามันตันที่ 105MB/s  ยิ่งถ้าใครพิเรนเอา SSD มาใส่ มันก็ใส่ได้นะแต่จะบอกว่าไม่คุ้มอย่างแรงเพราะมันก็ตันที่ 105 MB/s นั่นแหละแล้วก็ NAS ตัวนี้ยังสามารถทำ RAID 1 เพื่อแบคอัพข้อมูลฮาร์ดดิสก์ให้อีกลูกนึงได้ด้วย

เป็นยังไงบ้างกับ 5 ข้อเน้นๆ พอจะรู้สึกน่าสนใจกันขึ้นมาบ้างหรือยังเอ่ย สำหรับผมที่จัดมันมาก็เพราะ 5 ข้อนี้แหละฮ่าๆเอาละครับไปดูรูปร่างหน้าตา + การใช้งานต่างๆกันเลยครับผม



คุณสมบัติและสเปคคร่าวๆของ NAS 326 ตัวนี้รองรับฮาร์ดดิสก์ทุกขนาดทั้ง 3.5 นิ้ว ของเครื่องพีซี และ 2.5 นิ้วที่ใช้กับโน๊ตบุ๊คหรือ SSD ทั้งหลายแหล่ครับ ส่วนน้ำหนักก็กิโลเศษ มีน้ำหนักบ้างจะได้มั่นคงหน่อย





รูปร่างภายนอกมาเป็นแนวกล่องดำๆเรียบๆ ด้านหน้าเป็นพลาสติกเงากรอสซี่เพิ่มความสวยงามครับ ไฟสถานะทุกอย่างถูกจัดเรียงอยู่ด้านขวาทั้งหมด และด้านบนกลมๆใหญ่ๆก็คือปุ่มเปิดเครื่อง ส่วนด้านล่างสุดจะมีพอร์ท USB 2.0มาให้ 1 ช่องสำหรับต่อกับฮาร์ดดิสเอ็กเทอร์นอลหรือแฟลชไดรฟ์ได้สะดวก



ขนาดกะทัดรัดครับ เทียบกับขนาดมือดูจะเห็นว่าไม่ใหญ่เลย ไม่กินพื้นที่ในการวางเท่าไร





ด้านหลังมีพัดลมระบายความร้อน เสียงเงียบกริ๊บไม่รบกวนจิตใจแน่นอน ส่วนด้านข้างพัดลมก็จะมีพอร์ท USB 3.0 สองช่อง และพอร์ท LAN Gigabit อีกหนึ่งช่องครับ



ด้านล่างมีช่องเล็กๆเอาไว้ดูดอากาศเย็นเข้ามาเพื่อหมุนเวียนอากาศภายใน



วิธีเปิดฝาก็ไม่ยากครับ เอามือรูดฝาออกมาตรงๆตามภาพเลย ออกแรงนิดนึง





ถาดสำหรับใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ถ้าเป็นฮาร์ดดิสก์ลูกเล็ก 2.5 นิ้ว ก็ใส่เข้าไปได้เลยไม่ต้องล๊อคอะไรเพราะน้ำหนักมันเบา ขาสล๊อตยึดอยู่ครับ





ส่วนอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องก็จะมีอแดปเตอร์, สายไฟ, สาย LAN แล้วก็คู่มือการติดตั้งอย่างง่ายครับ ต่อไปเราจะไปลองเซ็ตอัพกันนะครับผม :D



ก่อนอื่นต้องขออภัยซักเล็กน้อยที่ระบบ LAN บ้านผมไม่ได้เป็น Gigabit ซึ่ง NAS ตัวนี้ไม่สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ ทำให้เวลาก๊อปปี้ไฟล์เข้าออก NAS จะได้ความเร็วสูงสุดที่ 100 Mbps หรือสูงสุดตกราวๆ 12.5 MB/s ครับ ว่าจะอัพระบบLAN ทั้งบ้านหลังจากอัพเน็ตเป็น AIS Fibre 50/10 Mbps



เชื่อมต่อปลั๊กไฟและสาย LAN ให้เรียบร้อยจากนั้นก็เปิดเครื่องที่ปุ่มพาวเวอร์ด้านหน้าครับ



ไฟสถานะเรียงไปเลยนะครับ บนสุดเป็นไฟสถานะ LAN ถ้าเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คจนได้ IP แล้วไฟจะหยุดกระพริบ ต่อมาเป็นไฟสถานะฮาร์ดดิสก์ลูกที่ 1 ต่อมาเป็นลูกที่ 2 ถัดมาเป็นการเชื่อมต่อผ่านพอร์ท USB ส่วนไฟสถานะดวงสุดท้ายจะใช้งานคู่กับปุ่มสีดำด้านล่างครับ เอาไว้ก๊อปปี้ข้อมูลระหว่างฮาร์ดดิสก์ข้างในกับฮาร์ดดิสก์เอ็กเทอร์นอล ซึ่งเราต้องไปตั้งค่าก่อนว่าจะเปิดให้ก๊อปปี้โฟลเดอร์อะไรบ้าง



ต่อไปเรามาเซ็ตอัพกันบ้าง โดยเบสิกสุดๆเลยก็คือเปิด Network ในคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วเอาฮาร์ดดิสก์เอ็กเทอร์นอลเสียบที่ NAS จะเห็นชื่อ NAS326 ขึ้นมาโดยที่เรายังไม่ต้องเซ็ตอัพอะไร



ต่อไปให้เราเปิดเบราเซอร์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ https://findme.zyxel.com รอซักครู่จะขึ้นหน้าจอนี้ขึ้นมาเป็นวิธีการติดตั้งภาษาไทย จากนั้นให้กดคำว่า ?ค้นหา NAS?



จากนั้นให้กดปุ่มก๊อปปี้ด้านล่าง 1 ที





เรียบร้อยแล้วครับ พร้อมใช้งานได้เลย ง่ายมาก ต่อไปลองล๊อคอิน กดปุ่มแอดมินเพจสีฟ้าได้เลย



ใส่รหัสลงไป admin / 1234 จากนั้นมันจะให้เราเปลี่ยนพาสเวิร์ด ก็จัดไปครับเป็นอันเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อเพื่อจัดการ NAS แล้ว





เมื่อเข้าสู่ระบบมาจะเจอกับเมนูการจัดการต่างๆแบ่งหมวดหมู่ไว้ชัดเจน ลองเล่นดูครับไม่ยาก ถ้าลงรายละเอียดทั้งหมดมันจะยาวเกินไป(กดดูจากเมนู Video Tutorial ก็ได้ครับ เป็นคลิป YouTube สอนใช้งาน)โดยเมนูสามารถตั้งเป็นภาษาไทยได้นะครับ ส่วนใครอยากตั้งค่าแบบละเอียดให้กดไปที่เมนู Administrator ได้เลย



หลังจากกดเมนู Administratorอันนี้คือหน้าตาแบบ geek คือตั้งค่าแบบละเอียดยิบส่วนตัวผมถนัดตั้งค่าในนี้มากกว่าเพราะมันละเอียดกว่านั่นเอง



เมนู ?การบริการดาวน์โหลด? อันนี้เป็นฟังก์ชั่นโหลดบิต(ไฟล์ .torrent) หรือจะดาวน์โหลดโปรแกรมอะไรก็ได้นะครับ เพียงกรอก URL เข้าไปเท่านั้น แต่ตรงนี้จะทำการโหลดบิตให้ดู เป็นซีรีย์Game of Thrones SS ล่าสุดเลย โดยให้กดคำว่า เรียกดู... จากนั้นเลือกไฟล์ .torrent ที่เราต้องการโหลดครับ เสร็จแล้วก็กดตกลง



แค่นี้เองครับ เรียบร้อยแล้วกับการตั้งค่าดาวน์โหลดไฟล์บิตลง NAS ตัวนี้ พอตั้งค่าเสร็จก็ปิดคอมไปนอนหรือไปทำงานได้เลย



ส่วนเมนูนี้หลายคนอาจจะได้ใช้แต่ส่วนตัวผมไม่ได้ใช้ครับ ก็แคปภาพมาให้ดูว่าสามารถอัพโหลดคลิปวีดีโอ YouTube ผ่าน NAS ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าครบเครื่องเลยทีเดียว



ส่วนอันนี้ผมลองก๊อปปี้ไฟล์ลง NAS ให้ดูครับ อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าระบบ LAN บ้านผมไม่ได้เป็น Gigabit เพราะว่าเน้นเป็น Wi-Fi ก็เลยทำได้เต็มที่ที่ 100 Mbps ครับ การก๊อปปี้ไฟล์เสถียรดีไม่มีแกว่งเลย



ภาพนี้เป็นการก๊อปปี้ใส่เข้าไปในฮาร์ดดิสก์เอ็กเทอร์นอลครับ ความเร็วเท่ากัน โดยผมเชื่อมต่อผ่านพอร์ท USB 3.0

ลองใช้งานด้านสตรีมมิ่ง

การใช้งานหลักๆของผมที่จัดเจ้า NAS 326 มาก็คงหนีไม่พ้นโหลดบิต แล้วก็สตรีมมิ่งไฟล์หนังหรือการ์ตูนขึ้นทีวีนอนตากแอร์ดูสบายใจเฉิบ ไม่ต้องมาต่อสาย HDMI นั่งเปิดคอมหรือ Android player อีกต่อไป

ZyXEL NAS 326 ->สมาร์ทโฟน LG G4 ->ทีวี SONY KDL-40W650D ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi Direct และ Miracast

และก่อนอื่นผมขอแนะนำแอพ 2 ตัวที่ ZyXELทำมาเพื่อจัดการไฟล์ใน NAS รวมถึงการใช้งานสตรีมมิ่งไฟล์หนังขึ้นทีวีนั่นก็คือ



โดย ZyXEL Drive นั้นจะเอาไว้เชื่อมต่อกับ NAS ผ่าน WAN หรือเน็ตนอกทั่วๆไป รวมถึง 3G และ 4G ซึ่งเราสามารถเข้าถึงไฟล์ได้ทุกที่ทุกเวลา



จากภาพจะเห็นว่าผมสามารถเชื่อมต่อ NAS จากในบ้านได้ผ่านการใช้งาน 3G นั่นเอง



ซึ่งถ้าเน็ตบ้านเราอัพโหลดได้เนียนๆ เราสามารถดูหนังจากใน NAS ได้ทุกที่เลย แล้วยังเอาขึ้นจอใหญ่ด้วย Miracast ได้อีกด้วยถ้าสมาร์ทโฟนและทีวีของท่านรองรับ



เอาภาพขึ้นทีวีแบบไร้สายด้วยฟีเจอร์ Miracast



ส่วน zCloud นั้นจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านวง LAN (บางที ZyXELน่าจะตั้งชื่อสลับกันนะ ความสามารถมันตรงข้ามกับชื่อทั้งคู่เลย =w=?) โดย zCloudนั่นคือพระเอกในการดูหนังผ่านการสตรีมมิ่งของเรา



เปิดแอพ zCloud ขึ้นมา หลังจากที่สมาร์ทโฟนของเราเชื่อมต่อกับ NAS ได้แล้ว เราก็สามารถเชื่อมต่อกับทีวีที่รองรับ Wi-Fi direct ได้เลย





เลือกทีวีที่จะแสดงผล



ไปชิงบัลลังก์กัน!!!!

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการรีวิวแบบรัวๆ กับ NAS 326 จาก ZyXEL ส่วนตัวผมใช้งานสตรีมมิ่งจนคุ้มราคาไปละ ส่วนถ้าใครอยากสตรีมมิ่งไฟล์ 4K ก็อัพระบบ LAN ในบ้านให้เป็นแบบ Gigabit ซึ่งเราเตอร์ระดับกลางๆแทบทั้งหมดก็รองรับนะครับ แต่ของผมเดิมทีไม่ได้เน้น LAN ก็เลยซื้อพวก hub ถูกๆมาต่อก็เลยใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าไร

สุดท้ายนี้ผมก็หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์แล้วก็เป็นไอเดียในการเพิ่มความสุขในชีวิตวันหยุดของเพื่อนๆนะครับ บ๊ะบาย :D