Thaiadmin

รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« เมื่อ: 30 มิถุนายน 2015, 08:44:59 »
Hybrid Thin Client

          เอาล่ะครับ เมื่อพูดถึง Thin Client คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวผมก็คือ ทำไมเราต้องใช้ Thin Client คำตอบก็คือช่วยลดค่าใช้จ่ายในองค์กรณ์ นั่นเอง แหมฟังดูดีมีเหตุผล แต่เอาเข้าจริงราคา Hardware ตัว Thin Client เองก็ไม่ได้ถูกๆ ส่วน TS License ก็คิดตามจำนวน user ที่ใช้งานเหมือนเดิม สรุปแล้วก็ไม่ได้ลดค่าใช้จ่ายลงซักเท่าไหร ที่ลดได้จริงๆ คือค่าไฟกับค่าดูแลบำรุงรักษา กับความสะดวกสบายจากการดูแลควบคุมผ่าน server ได้ แต่ปัญหาที่จะตามมาก็คือถ้า Server ล่ม คราวนี้ User ก็เป็นง่อยกันหมดใช้อะไรไม่ได้เลย

          คราวนี้หากต้องการจะใช้ Thin Client ที่ลดค่า License ได้จริงๆ และใช้งานพื้นฐานได้โดยไม่ต้องต่อ Server จะใช้ตัวไหนดีล่ะ ผมก็เที่ยวควานหาแต่ก็ไม่เห็นมี จึงตัดสินใจทำ Hybrid Thin Client ขึ้นมาเองเสียเลย เอาล่ะอ่านมาถึงตรงนีแล้วหลายท่านคงอยากจะรู้ว่าทำไมถึงเรียกว่า Hybrid แล้วมันจะดีกว่า Thin Client ทั่วไปอย่างไรเราไปดูคุณสมบัติกัน

1. คุณสมบัติของ Thin Client
1.1 คุณสมบัติด้าน Hardware
Board
- Raspberry Pi 2
Memory
- Flash 8GB (Systerm 4GB + Storage 4GB)
- Ram 1 GB DDR3
I/O Port
- 4x USB 2.0
- 1x HDMI
- 1x LAN 10/100
- 1x Audio OUT 3.5"

1.2 คุณสมบัติด้าน Software
- ใช้งานพื้นฐานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ Server
- ใช้งานได้ทั้ง Remote Desktop, Remote app, Local app พร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน
- เปิดไฟล์จาก Flashdrive ด้วยโปรแกรมบน Server ได้ทันที
- รองรับ RDP, VMWare, Citrix,VNC, 2XClient
- Share อุปกรณ์ USB ได้ 1 Port (เช่น all in one printer หรือ scanner)
- Share Printer ได้ 4 ตัว (ทำงานเหมือน Print Server)
- พื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเอง 4GB
- เชื่อมต่อ File Server ได้โดยตรง
- รองรับการใช้งาน internet + flash player
- รองรับการเชื่อมต่อผ่าน WIFI

2. Mode ต่างๆ ของตัว Thin Client
ระบบที่ผมออกแบบขึ้นมาจะมีอยู่ 3 mode หลักๆ มีไว้เพื่อตอบสนองการใช้งาน Thin Client ในลักษณะที่แตกต่างกันออกไปครับ และนี่แหละจึงเป็นที่มาของคำว่า Hybrid นั่นเอง

2.1 Hybrid Mode
Hybrid Mode เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาปุ๊บ จะเจอหน้าจอดังรูปครับ โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือด้านล่างสุดเป็น panel และ menu สำหรับเปิดใช้งานโปรแกรมต่างๆ
ที่ติดตั้งอยู่บนตัว Thin Client เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต ดูรูป เป็นต้น อันนี้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ Server แต่อย่างใด
ถัดมาจาก panel ด้านล่าง จะเป็น panel ที่บันทึก preset สำหรับการ Remote เช้าไปใช้งาน Server ผ่าน RDP เหมือนกับ Thin Client ทั่วไปครับ ประมาณว่าเปิดเครื่องขึ้นมาเรากรอก password แล้ว connect เข้า Server ได้ทันที หรือจะเปิดโปรแกรมบนเครื่อง Thin ใช้ก็ได้ ทั้งนี้รวมไปถึง Remote app ด้วย




2.2 Desktop Mode
โหมดนี้จะตัด panel ด้านล่างออกไป ทำให้ใช้โปรแกรมบนเครื่อง Thin Client ตรงๆ ไม่ได้ จะมีเพียง panel ที่ใช้ connect เข้าใช้ remote desktop เพียงอย่างเดียว
ตรงนี้สามารถตั้ง preset ได้ไม่จำกัด หรือจะตั้งให้ connect เข้า server อันโนมัติทันทีหลังจากเปิดเครื่องเลยก็ได้



2.3 Remote App
โหมดนี้จะตัด panel ที่แสดงให้เห็น preset ออกไปครับ เหลือแต่ panel ด้านล่างปกติมีไว้เพื่อใช้งานโปรแกรมต่างๆ บนเครื่อง Thin Client เอง
หรือไม่ก็ใช้เปิด Remote app ได้เช่นกันโดยสามารถใช้งานเหมือนกับ local app เลย
โหมดนี้สำคัญมากและถือเป็นตัวชูโรงเลยครับ เพราะมันจะช่วยให้เรารันโปรแกรมที่อยู่บนเครื่อง Server ได้จาก Thin Client หลายๆ เครื่องด้วย user เดียวกัน
เช่น สามารถเปิดใช้งานโปรแกรมบัญชี EXPRESS ได้ 10 คนพร้อมกันโดยเสียค่า terminal license แค่ 1 user เท่านั้นเอง แจ่มมากๆ (บอกลา Thin Client แบบเดิมๆ ไปได้เลย)



2.4 เปิดไฟล์จาก flash drive ด้วยโปรแกรมบน Server
นี่คือตัวชูโรงอีกอย่างที่ Thin Client ทั่วไปทำไม่ได้ ด้วยความที่มันเป็น Hybrid ผมจึงออกแบบให้เราสามารถเปิดไฟล์งานข้ามจากเครื่องตัวเองไปเปิดด้วยโปรแกรมบน Server ผ่าน Remore app ได้ทันทีเลย (จากรูป ผมสามารถคลิกเปิดไฟล์ Excel ใน flash drive ด้วย Excel 2013 ได้ทันที ไม่ต้องไปเปิด app ก่อนแล้วค่อยมา open file ทีหลังให้ยุ่งยากเลย)




2.5 ใช้งานโปรแกรมพื้นฐานบน Thin Client พร้อมๆ กับ Remote Desktop ได้
แน่นอนครับโปรแกรมบน Server เราอนุญาตให้ใช้เฉพาะทำงานเท่านั้น แต่ user ก็มักจะชอบเล่นอินเทอร์เน็ต ฟังเพลง ดูรูป และอื่นๆ
ซึ่งจะให้ไปใช้ทุกอย่างผ่าน server หมดเลยก็คงไม่ดีแน่ระบบ Hybrid จึงทำมาเพื่อกรณีนี้แหละครับ ตามตัวอย่างจะเห็นได้ว่าระหว่างเปิดไฟล์งาน Excel บน server อยู่ ผมก็ยังเปิดวิทยุ online หรือเปิดเพลงฟังได้โดยโปรแกรมบนเครื่อง Thin Client เอง ไม่ต้องไปเปิดผ่าน Server ให้หนักเครื่องเลย



2.6 ล็อคโปรแกรมบางตัว และเลือก pin โปรแกรมลงบน panel ได้
จากรูป เราสามารถซ่อนโปรแกรมบางตัวที่ไม่ต้องการให้ user ใช้ได้ หรือโปรแกรมไหนใช้บ่อยๆ ก็สามารถ pin ลงบน panel ด้านล่างได้ครับ


2.7 ตั้งค่าได้หลากหลาย
ตัวนี้ตั้งค้าได้เยอะครับรองรับขนาดหน้าจอตั้งแต่ 800x600 - 1920x1080, เปลี่ยนชื่อ hostname ได้ตามต้องการ, สามารถ Remote เข้ามาแก้ปัญหาให้ user ผ่าน VNC ได้ หรือใส่ password หน้า setting เพื่อไม่ให้ user เข้ามาแก้ไขค่าต่างๆ เองได้


ปล.ตัว hardware กำลังสั่งอุปกรณ์มาประกอบอยู่ครับ ยังไม่เสร็จเป็นตัวตน ถ้าเสร็จแล้วจะอัดเป็น VDO รีวิวการใช้งานมาให้ดูกันอีกทีครับ

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 1 กรกฎาคม 2015, 09:23:06 »
3. ทดสอบใช้งานร่วมกับ Windows Server 2012 R2
ผมได้ทำ Lab เล็กๆ ขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นภาพการใช้งาน Hybrid Thin Client ร่วมกับ Windows Server 2012 R2 ตามนี้เลยครับ

3.1 ใช้ Hybrid Mode เชื่อมต่อ ไปยัง windows server แบบ Full Desktop
สำหรับ Hybrid Mode ซึ่งปกติก็จะมี panel ด้านล่างเพื่อให้ user เปิดใช้งานโปรแกรมอื่นๆจาก Thin Client ได้ด้วย พอเชื่อมต่อเข้า Remote Desktop แบบเต็มจอแล้ว
panel ก็จะเปลี่ยนไปอยู่ด้านบนแทนครับ (จะได้ไม่บัง panel ของ windows) ซึ่งในตอนที่ไม่ใช้งานอะไร panel ด้านบนก็จะหดซ่อนไว้เป็นแทบเล็กๆ ไม่กวนสายตาแน่นอน



ผมได้ทดสอบติดตั้งโปรแกรมบัญชี Express และ Easy-Acc ลงบน Server ก็สามารถเปิดใช้งานผ่าน Thin Client ได้ตามปกติดังรูป
ซึงหาก user เปิดใช้โปรแกรมอื่นๆ จาก Thin Client ด้วยโปรแกรมนั้นๆ ก็จะแสดงอยู่บน panel ด้านบนแยกกับโปรแกรมบน server ชัดเจน


3.2 ตั้งค่า Remote App เพิ่อเปิด App เดียวกันจากหลายเครื่อง
ข้อที่แล้วเราเปิดแบบ Full Desktop ข้อจำกัดคือ 1 user ต่อ 1 Desktop เท่านั้น และการ Share Remote App ตามปกติก็จะเปิด App เดียวกันพร้อมกันหลายเครื่องไม่ได้เช่นกัน ดังนั้นผมจึงสร้าง bat file ขึ้นมาโดยตั้งชื่อเป็น Express-01, Express-02, Easyacc-01,Easyacc-02 ขึ้นมากลายเป็น App 4 ตัว ดังภาพ


เสร็จแล้วก็ add ตัว bat file เข้ามาใน Remote App ตามภาพ


จากนั้นสามารถนำไปตั้งค่า Remote App ในตัว Thin Client ได้เลย (4 เครื่อง เครื่องละ 1 app)
ตามตัวอย่างผม Add โปรแกรม Express-01 เข้ามาสามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ


โปรแกรม Easy Acc ก็ใช้งานได้ตามปกติเช่นกัน




3.3 ประหยัดค่า License
จากตัวอย่างข้างต้น ทำให้เราสามารถเข้าใช้งานโปรแกรมต่างๆ บนเครื่อง Server จาก Thin Client หลายๆ ตัวได้โดย user เดียวกันทำให้ประหยัดค่า License ไปได้มากครับ (แต่กรณีนี้ใช้กับโปรแกรมประเภท MS Office ไม่ได้นะครับ เพราะ MS Office คิดเป็น Device Cal)

ปล. อันที่จริง TS License มันซื้อขั้นต่ำที่ 5 License ดังนั้นแผนภาพอาจจะเปรียบเทียบเหมือนถูกเวอร์ไปหน่อยนะครับ ซึ่งถ้าต้องการใช้ Remote แบบ Full Desktop ทุกเครื่องเลยแนะนำซื้อแบบ Device Cal ราคาจะประมาณ 1,000 บาท (10 เครื่อง + Windows Server 2012 อีก 25,000 รวมแล้วก็ยังแค่ 35,000)

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 3 กรกฎาคม 2015, 10:24:23 »
กำลังทำ Lab Citrix XenApp ครับ
ใครสนใจหรืออยากให้ Review ส่วนไหนเพิ่มเติมบอกได้เลยนะครับ  O0

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 8 กรกฎาคม 2015, 14:00:41 »
4. ทดสอบใช้งาน Vmware Horizon Client
นอกจากจะรองรับการเชื่อมต่อผ่าน RDP ตามปกติแล้วยังมีโปรแกรม 3th party สำหรับ Remote Desktop อื่นๆอีกมากมายครับ
ยกตวอย่าง  Vmware Horizon Client

ตามภาพผมทดลองเชื่อมต่อกับ Server ของ Vmware แบบ free trial






ทดลองเชื่อมต่อผ่าน protocol PCoIP



Server ของทาง Vmware ที่ใช้ทดสอบเป็น windows 2008 กับ Office 2010 ครับ



ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 10 กรกฎาคม 2015, 10:54:50 »
5. เทคนิคการกำหนดจำนวน CPU Core สำหรับใช้งานในโปรแกรมแต่ละตัว
เริ่มแรกที่เปลี่ยนมาใช้ Terminal Server เมื่อให้ User เข้ามาใช้งานโปรแกรมต่างๆ บนเครื่อง Server พร้อมกันหลายๆ คน บางครั้งโปรแกรมบางตัวใช้ CPU สูงมาก เช่น Excel ที่มีสูตรเยอะๆ คือเวลาทำงานจะกิน CPU 100% เต็มในช่างเวลาสั้นๆ แต่มันทำให้ระบบโดยรวมช้าลงครับ

จากการลองผิดลองถูก ก็ได้เทคนิคง่ายๆ ที่จะกำหนดจำนวน CPU Core สำหรับโปรแกรมแต่ละตัว โดยจะลดจำนวน Core ที่อนุญาตให้โปรแกรมใช้ได้น้อยลง เหลือ 1 Core จากทั้งหมด 2 Core เพื่อที่เวลาโปรแกรมทำงานกิน CPU 100% จะได้ยังเหลืออีก 1 Core ที่จะแบ่งไปทำงานอย่างอื่นให้ User อื่นต่อไป

เอาล่ะครับ จากภาพผมทดลองเปิดโปรแกรม wordpad ขึ้นมาปกติเลย ใน Task Manager ที่แทบ Details เมื่อคลิกขวาดูตรง affinity จะเห็นว่าโปรแกรมใช้ CPU ทั้ง 2 Core


คราวนี้ให้เราสร้าง bat file ขึ้นมาตั้งชื่อเป็น Wordpad-01 โดยมีข้อความดังภาพครับ (หากใครไม่รู้ path สำหรับรันโปรแกรมตัวอื่นๆ ให้ไปดูใน shortcut ของโปรแกรมนั้นๆ เลยครับ)


จากคำสั่งด้านบนค่าของ affinity จะเป็นตัวกำหนดว่าโปรแกรมที่จะรันนั้นจะใช้ CPU กี่ Core โดยตัวเลขที่กำหนดจะเป็น Hex ซึ่งจะถูกแปลงเป็น binary เพื่อกำหนดการบิด-เปิด Coreตามภาพด้านล่างครับ (ใครอยากให้โปรแกรมใช้ Core ไหนได้บ้างไปแปลง Hex เป็น binary ดูก่อนที่ Link นี้เลย http://www.mathsisfun.com/binary-decimal-hexadecimal-converter.html)



จากนั้นให้เปลี่ยนไฟล์ .rtf ซึ่งปกติจะเปิดด้วย wordpad ให้มาเปิดด้วย bat file ที่เราทำขึ้นครับ
จริงๆ เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้ว ทุกครั้งที่เราคลิกเปิดไฟล์ .rtf ตัวไฟล์ก็จะถูกเปิดด้วย WordPad ที่รันด้วย CPU 1 Core
แต่มีข้อสังเกตุคือ icon ของไฟล์ .rtf มันดันเปลี่ยนไปเป็นรูปแผ่นกระดาษขาวๆ ซะอย่างงั้น เอาละสิถ้าเราทำแบบนี้กับโปรแกรมอื่นอีก มันก็จะเป็น icon ขาวๆ แยกไม่ออกว่าไฟล์ไหน โปรแกรมไหนกันแน่
]

วิธีแก้ให้เปิดโปรแกรม FileTypesMan ขึ้นมาครับ (Download ได้จาก Link นี้ http://www.nirsoft.net/utils/file_types_manager.html) แล้วคลิกขาวที่ .rtf เลือก Edit Seected File Type


จากนั้นให้ไปเลือก Default Icon ใหม่ (ซึ่งมันก็ขึ้นมาให้เลือกเป็นตัวเดิมนั่นแหละ เราก็ OK ได้เลย)


เสร็จแล้วไฟล์ .rtf ที่เรากำหนดให้เปิดด้วย bat file ก็จะมี Icon เป็นของ WordPad ดังเดิม


เมื่อคลิกเปิดไฟล์ .rtf ก็จะถูกรันด้วย WordPad ขึ้นมาตามภาพ เมื่อเข้าไปดูที่ affinity ก็จะพบว่าโปรแกรมรันด้วย CPU Core เดียวตามที่เรากำหนด


ปล.วิธีนี้ทำในฝั่ง Server ดังนั้นจึงนำไปประยุคใช้ได้กับ Remote Desktop ทุกตัวเลยครับ รวมไปถึง Remote App ก็ใช้ได้

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 16 กรกฎาคม 2015, 08:43:39 »
6. ทดสอบใช้งาน 2XClient
ก่อนหน้านี้ได้ทดลองเชื่อมต่อกับ Vmware Horizon Client ไปแล้ว วันนี้ลองมาดูการเชื่อมต่อผ่าน 2XClient กันบ้างครับ




ตามภาพผมทดลองเชื่อมต่อกับ Demo Server ของทาง 2x.com



เมื่อเชื่อมต่อเข้ามาแล้วจะพบกับโปรแกรมพื้นฐานที่ทาง 2X เตรียมเอาไว้ให้ Demo กัน


ทดสอบเปิดโปรแกรม Calculator จึงได้รู้ว่า Demo Server ตัวนี้ลงมาเป็น windows 2012 ล่าสุดเลยครับ


ทดลองเปิด Power Point ก็ใช้งานได้เหมือน remote app เลย (ย่อ-ขยายหน้าต่างได้อิสระ แต่จะมีขอบดำๆ อย่างที่เห็น)


ปล.จากการทดสอบเรื่องความเร็วคงสรุปไม่ได้เนื่องจากเป็น Demo Server แต่เรื่องภาพนั้นของ Vmware Horizon Client (PCoIP) จะเนียนกว่า ไล่ระดับสีได้เป็นธรรมชาติกว่าทาง 2XClient ครับ

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 22 กรกฎาคม 2015, 14:12:08 »
7. รีวิวส่วนของ Hardware
ผ่านมาหลายโพสแล้วก็จะเป็นตัวอย่างการใช้งานเครื่อง Hybrid Thin Client แต่รูปร่างหน้าตาเครื่องเป็นอย่างไรเรายังไม่ได้เห็นกันเลย
ตอนนี้สั่งอุปกรณ์มาครบ และประกอบต้นแบบเสร็จแล้วครับ เราไปดูกันเลย

ตัวเครื่องด้านล่างเป็น LAN x1, USB x4 มีสายไฟติดอยู่กับตัวเครื่องเพื่อเพิ่มความยาว
เพราะบางทีปลั๊กไฟอยู่ไกล ถ้าเอา adapter มาเสียบตรงๆ มักยาวไม่พอแน่นอน




ด้านบนเป็นสวิทซ์ ปิด-เปิด เครื่อง
ด้านข้างของตัวเครื่องเป็น Port HDMI กับ 4 Pole 3.5mm (AV+Audio)




อุปกรณ์ตัวถัดมาเป็นแผ่นเพลทสำหรับติดตัวเครื่องกับด้านหลังจอ Monitor




สายสัญญาณก็จะมี Adapter 5V 2A, สาย HDMI, หัวแปลง HDMI to DVI (ต้องแถมหัวแปลงด้วยเพราะจอ Monitor ยังไม่ค่อยทำ HDMI กัน)




การติดตั้งก็ไม่ยากครับ ขั้นแรกก็ยึดตัวเครื่องเข้ากับแผ่นเพลทก่อนเลยตามรูป






เสร็จแล้วลองมาสำรวจด้านหลังจอ Monitor ของเราครับก็จะมารูสำหรับยึดจอกับผนังตามรูป (มาตรฐานระยะห่างรูน็อต 7.5cm)
ซึ่งตรงนี้เราจะใช้สำหรับยึดตัวเครื่อง Thin Client ในขั้นตอนต่อไป




ยึดตัวเครื่องเข้ากับหลังจอ Monitor แล้วไขน็อตให้แน่นทั้ง 4 ด้านเป็นอันเสร็จครับ




หรือจะยึดตัวเครื่องตามแนวนอนก็ได้ (จะได้เสียบ USB ได้ง่ายๆ)



ปล.ผมตั้งราคาไว้ที่ 2,990 หากใครสนใจ ติดต่อขอยืมเครื่องไปทดลองได้ที่ Email: wichate.diy@gmail.com  หรือ Line ID: chat.line ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กรกฎาคม 2015, 14:28:20 โดย wichate »

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 3 ตุลาคม 2015, 10:58:43 »
8. การใช้งาน Redirect USB
จากที่กล่าวไปแล้วว่า Hybrid Thin Client ตัวนี้ Share อุปกรณ์ USB ได้ 1 Port (เช่น all in one printer หรือ scanner) โดยใช้ร่วมกับโปรแกรม virtualhere
สำหรับเวอร์ชั่นฟรี ข้อจำกัดก็คือมัน share ได้แค่ 1 port ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง (แต่ถ้าต้อง share มากกว่า 1 port ก็ซื้อ license เพิ่มทีหลังได้)
เดี๋ยวเรามาดูวิธีการตั้งค่าและใช้งานกันครับ

อันดับแรกที่ตัว Thin Client ค่าเริ่มต้นจะยังไม่ได้เปิด Share USB ให้เราไปเลือก REDIRECT USB ในส่วนของ Config ดังรูป


ถัดมาก็เสียบอุปกรณืที่ต้องการ Share ไปที่ Port USB ที่ 1 ตามรูปผมต่อกับตัว usb to printer (ย้ำว่าต้อง port ที่ 1 เพราะ port อื่นจะไม่ถูก share)


มาทางฝั่ง Terminal Server กันบ้าง การที่จะให้ Server เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB อื่นๆ ที่ Share มาจากตัว Thin Client จะใช้แค่ User Administrator (หรือ user อื่นๆ)
เพียง User เดียวในการกำหนดค่าการเชื่อมต่อ หลังจากนั้น User อื่นๆ ก็จะสามารถมองเห็นและใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้
ตามตัวอย่างจะใช้ user administrator ขั้นแรกให้เข้าไปที่ Run แล้วพิมพ์คำสั่ง control userpasswords2 ตามภาพ



จากนั้นจะเจอหน้าจอการตั้งค่า user account ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกออกจากตัวเลือก "user must enter a username and password to use this computer" แล้วกด Apply จะปรากฎหน้าต่างการตั้งค่า auto login ให้กรอก user และ password ของ admin เข้าไปครับ (หลังจากนี้เมื่อเปิด server จะ auto login เข้า admin ทันที)



ถัดมาให้ copy โปรแกรม virtualhere มาไว้ที่ C:\windows โดยตั้งชื่อใหม่เป็น vhui.exe


ถัดมาให้คลิกขวาที่ startup แล้วเลือก open ครับ


จากนั้นคัดลอกไฟล์ vba.vbs ใส่ลงไปใน startup ซึ่งคำสั่งด้านในก็ไม่มีอะไรมากครับ ใช้เพื่อสั่ง lock หน้าจออัตโนมัติหลัง auto login และเปิดโปรแกรม vhui เพื่อรอรับการเชื่อมต่อ USB ที่ Share จาก Thin Client


เสร็จแล้วลองเปิดโปรแกรม vhui ขึ้นมาครับ โดยครั้งแรกโปรแกรมจะติดตั้ง Bonjour ให้เราตอบ yes ตามปกติ



จากนั้นโปรแกรมจะแสดงรายชื่อ Thin Client ที่เปิด Redirect USB มาให้เห็นดังรูป


เมื่อเริ่มเชื่อมต่อกับ Usb Printer ที่ Share โปแกรมก็จะให้เราติดตั้ง Driver ไปตามปกติ







เพิ่มเติมอีกนิดครับ ให้เลือก Auto-Use Device กับ Start minimized ไว้ด้วย คราวนี้เมื่อเปิดเครื่อง Terminal Server ขึ้นมาหลังจาก auto login แล้วโปรแกรมก็จะเปิดและเริ่มเชื่อมต่อกับ USB โดยอัตโนมัติ





กลับมาดูที่ Device Manager จะพบกับ USB Printing Support ดังรูป

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 6 ตุลาคม 2015, 08:05:09 »
9. การ Setup Terminal Server บน windows 2012
สำหรับหัวข้อนี้เราจะมา Config ตัว Terminal Server บน  Windows Server 2012 กันครับ
โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ลง windows เสร็จใหม่ๆ กันแบบ Step by Step กันเลยทีเดียว เราไปดูขั้นตอนกันครับ


ขั้นตอนแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดนส่วนแรกจะเป็นการติดตั้งและ Config Domain Controller
อันดับแรกให้เข้าไปที่ Add roles and features



คลิก Next ต่อได้เลยครับ



เลือก Role based แล้ว Next ต่อ



เลือก Server เสร็จแล้ว Next ต่อ



ถัดมาให้เลือกติดตั้ง Active Directory Domain Service ซึ่งจะปรากฎหน้าต่างให้ติดตั้ง Features ที่จำเป็นให้ Add Features ไปตามปกติ



เสร็จแล้ว Next ต่อ





สุดท้ายให้ติ๊ก Restart the destination server automatically if required เสร็จแล้วกด Install ตามปกติ



เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้เลือก Promote this server to a domain controller ตามภาพ



จากนั้นเลือก Add a new forest และตั้งชื่อ domain ตามตัวอย่างใช้ mydomain.local



หากไม่ต้องการใช้ DNS Server ให้ติ๊ก DNS Server ออก และกำหนด password สำหรับ DSRM ครับ



เสร็จแล้ว Next ต่อ





สุดท้ายเมื่อระบบตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนแล้วกด Install ได้เลยครับ



รอซักพักเมื่อระบบต้องการ Restart จะขึ้นข้อความดังรูป ตรงนี้ไม่ต้องทำอะไรครับเครื่องจะ Restart ไปเอง
เมือ Boot เครื่องขึ้นมาใหม่แล้วขั้นตอนแรกเป็นอันเสร็จ





ต่อมาเป็นขั้นตอนที่ 2 ครับ ให้เลือก Add roles abd features อีกครั้ง โดยคราวนี้ตรง Installation Type ให้เลือก Remote Desktop Services installation



ต่อมาเลือก Quick Start



ต่อมาเลือก Session base desktop deployment



เลือก Server แล้ว Next ต่อได้เลย



สุดท้ายให้ติ๊ก Restart the destination server automatically if required เสร็จแล้วกด Deploy



รอซักพักใหญ่ๆ กว่าจะติดตั้งเสร็จ (Reboot ประมาณ  2 รอบ)



ยินดีด้วยครับ เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้เป็นอันว่าคุณ Deploy ระบบ Terminal Server บน Windows 2012 เสร็จเรียบร้อยแล้ว
จากภาพจะเห็นว่าระบบจะ Share Remore App ไว้ให้แล้ว 3 ตัว คือ Calculator, Paint และ WordPad



ในเบื้องต้นจะยังไม่สามาถ Remote จากเครื่อง Client เข้ามาได้นะครับต้องตั้งค่าเพิ่มนิดหน่อยโดยเข้าไปที่ TASKS เลือก Edit Properties



จากนั้นในส่วนของ Security ให้ติ๊กถูกออกจาก Allow connections only from computers....  ออก เป็นอันเสร้จครับ

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 6 ตุลาคม 2015, 10:36:55 »
10. การตั้งค่า Remote Apps บน Thin Client
ข้อที่แล้วเป็นการตั้งค่าในส่วนของ Server ต่อไปเราจะไปดูการตั้งค่าเพื่อใช้งาน Remote Apps บน Thin Client กันบ้าง
แต่ก่อนอื่นผมขอพาย้อนกลับมายัง Server เพื่อยกตัวอย่างการ Share โปรแกรม notepad ในแบบที่ 1 user ใช้พร้อมกันได้หลายเครื่องว่าทำกันอย่างไร


อันดับแรกเราไปดู shortcut ของโปรแกรม notepad เพื่อดูว่า path ของโปรแกรมคืออะไร



ถัดมาให้สร้างไฟล์ .cmd สำหรับ start โปรแกรม notepad (ตามภาพ) ตรงนี้ก็ copy ไฟล์ออกมาเป็นชื่อใหม่ให้เท่ากับจำนวน user ที่ต้องการเลยครับ



ต่อมาทำการ Share ไฟล์ .cmd ที่เราทำขึ้นโดยในส่วนของการตั้งค่า Remote Apps ให้เข้าไปที่ Tasks > Publish RemoteApp Programs



จากนั้นไป Add ไฟล์ notepad-user1.cmd เข้ามาครับ





ลองเข้ามาดูใน Properties จะมีส่วนสำคัญที่ต้องจำ 2 ส่วนคือ
- Alias : notepaduser1   ตรงนี้จะนำไป set ใน thin client เพื่อเปิดโปรแกรม notepad ในแบบที่ไม่อนุญาตให้เปิดไฟล์ข้ามเครื่องได้ (ไม่ให้เปิด text ไฟล์จาก thin client ด้วยโปรแกรมบน server ผ่านการดับเบิ้ลคลิกตรงๆ)
- Location : c:\remote\notepad-user1.cmd   ตรงนี้จะนำไป set ใน thin client เพื่อเปิดโปรแกรม notepad ในแบบที่อนุญาตให้เปิดไฟล์ข้ามเครื่องโดยการดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ตรงๆ ได้เลย




เสร็จเรียบร้อยเรามาเพิ่ม user กันก่อนโดยในหน้า Dashboard ให้เข้าไปที่ Active Directory Users and Computers


สร้าง User พร้อมกำหนด Password ให้เรียบร้อยเป็นอันเสร็จครับ





ผ่านไปแล้วสำหรับการ Share RemoteApp ในแบบที่ 1 user ใช้ได้หลายเครื่อง
ต่อมาขอย้ายมาดูการตั้งค่าทางฝั่ง thin client กันบ้าง ให้เข้าไปที่ Setting > Remote Applications แล้วกรอกรายละเอียดดังนี้
application name = NotePad
server = ip address
domain = mydomain
user name = user1
password = (ตรงนี้ใส่ หรือไม่ก็ได้ ถ้าไม่ใส่ไว้ตอนเปิด app ระบบจะให้กรอก password ก่อนเข้า app ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย)
application alias = ระบุ alias หรือ path ของโปรแกรม (หากเลือกใช้ชื่อ alias ให้ใส่เครื่องหมาย || ไว้ข้างหน้าชื่อด้วย)
icon = ตรงนี้คลิกขึ้นมาเลือก icon ของโปรแกรมได้ตามต้องการเลยครับ



 
มาที่ Tab Main Application กันบ้าง ฝั่งขวามือจะเจอโปรแกรม NotePad ที่เราเพิ่งสร้างขึ้นให้กด << และ APPLY จากนั้นโปรแกรมจะถูก pin ลง Taskbar ดังรูป



เนื่องจากไม่ได้ใส่ password ไว้ในค่า setting เมื่อทดลองคลิกเข้าโปรแกรมเครื่องจะถาม password อีกครั้งเราก็กรอกไปครับ


หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะเข้าใช้งาน NotePad ได้แล้วดังรูป

Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 6 ตุลาคม 2015, 11:22:13 »
อืม น่าสน แฮะ

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 9 ตุลาคม 2015, 10:48:12 »
11. ใช้งานผ่านการเชื่อมต่อ OpenVPN
ผมได้ทดลองทำ Lab เล็กๆ ขึ้นมาเผื่อว่าเครื่อง Terminal Server กับ Thin Client อยู่คนละสาขา
เราสามารถเชื่อมต่อเข้ามาผ่าน VPN ได้ด้วยครับ

ตามตัวอย่างนี้ผมทดลองตั้งค่า OpenVPN Server บน Endian 2.5 นะครับ
ตามภาพเลยครับ ขั้นแรกก็เปิดใช้งาน OpenVPN ตามปกติ แล้ว Download CA certificate เก็บไว้เพื่อเอาไป set ให้กับเครื่อง Thin Client ครับ


เสร็จแล้วให้สร้าง User ขึ้นมาตามต้องการครับ


เรียบร้อยแล้วระบบจะสร้าง Virtual Network ที่ชื่อว่า tap0 ขึ้นมาดังรูป


กลับมาทางฝั่ง Thin Client กันบ้าง
เริ่มแรกให้สร้างโฟลเดอร์ /home/pi/.local/vpn ขึ้นมาครับ แล้วสร้างไฟล์ขึ้นมา 3 ตัวดังนี้
- endian.ovpn ไฟล์นี้เป็นไฟล์ config สำหรับตั้งค่าการเชื่อมต่อ VPN (แก้ไขส่วนของ remote และ ca ให้สอดคล้องกับ Server ของท่านนะครับ)
- endian.pem ไฟล์นี้คือ certificate ที่โหลดมาจาก endian (ตามหัวข้อแรก)
- pass.txt  ไฟล์นี้ใช้เก็บ user, password ตามที่เราตั้งค่าไว้ในขั้นตอนที่แล้ว


ขั้นตอนที่แล้วเป็นการเตรียมไฟล์ต่างๆ เพื่อใช้สำหรับเชื่อมต่อ VPN
ต่อมาเราจะสั่งให้เครื่อง Thin Client เชื่อมต่อ VPN ทันทีหลัง boot เครื่อง ให้เข้าไปที่ Setting > Main Config > Start Script จะปรากฎหน้าต่างให้เราเขียน script
อะไรก็ได้เพื่อรันตอน boot เครื่อง  คราวนี้คำสั่งสำหรับเชื่อม VPN ให้ระบุดังนี้ครับ

cd /home/pi/.local/vpn && sudo openvpn --config endian.ovpn --auth-user-pass pass.txt &




จากนั้น Reboot เครื่อง 1 ครั้งก็จะเห็น icon ของ Virtual Network เพิ่มขึ้นมาอักตัวชื่อ tap0 ดังรูป


เมื่อเข้าไปดูที่ System info ก็จะเห็นรายละเอียดของ VPN Network ชื่อ tap0 ดังรูป

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 14 ตุลาคม 2015, 08:37:19 »
12. ระบบจัดการ Thin Client ผ่านศูนย์กลาง
พอดีได้รับ requirement มาว่าต้องการโปรแกรมที่จะใชจัดการ Thin Client ทีละมากๆ ได้ ก็เลยเขียนโปรแกรมขึ้นมาเป็น web application
โดยใช้ html + javascript ข้อดีไม่ต้องติดตั้งลงเครื่องให้ยุ่งยาก และรันได้หมดทั้ง windows, linux, mac หรือแม้กระทั่ง tablet ก็ใช้ได้

จากภาพโปรแกรมสามารถจัดการ Thin Client ได้ดังนี้
- จัดกลุ่มให้กับ Thin Client เพื่อสั่งปิด-เปิด เครื่องเป็นกลุ่ม
- แสดงสถานะ uptime และ load ของเครื่อง Thin Client
- แสดงแถบสีสถานะของเครื่อง standby, online, sleep, restart, shut down

คำสั่งต่างๆ ที่ใช้จัดการ Thin Client มีดังนี้
- snapshot = จับภาพหน้าจอ
- sleep = ปิดจอภาพ + ออกจากโปรแกรมทั้งหมดเพื่อเข้าสู่ power saving mode
- wake up = เปิดการทำงานของระบบอีกครั้ง
- restart = Restart เครื่อง
- shut down = ปิดเครื่อง


ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 8 มกราคม 2016, 12:43:13 »
Board ต้นแบบปรับปรุงใหม่สามารถใช้งานผ่าน POE ได้แล้วจ้า

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 12 มกราคม 2016, 12:21:22 »
13. การใช้งานเป็น Print Server เพื่อใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน
ปกติระบบ Terminal ก็จะมี printer redirect ให้ใช้ได้อยู่แล้วแต่ว่าหลายๆ ท่านใช้แล้วมีปัญหา print ไม่ออก หรือค้างหรือไม่รองรับ printer บางรุ่น
ปัญหานี้จะหมดไปแน่นอนเพราะ Hybrid Thin Client ใช้เป็น Print Server ได้เลย เรามาดูวิธีการใช้งานกันครับ

อันดับแรกต่อ printer เข้ากับตัวเครื่องแล้วลองดูใน system info จะเจอชื่อของ printer ที่เราต่อและในส่วนของ USB Port จะแสดง port lp0


ถัดมาให้เข้าไปที่ setting > main config และเปิดใช้งาน share printer ดังรูป


ทดลองเปิด chrome แล้วเข้าไปที่ url http://127.0.0.1:631/printers จะเจอกับ printer ที่ share ไว้ 4 port (คือ lp0 ถึง lp3)  โดย printer ที่เราต่อตามตัวอย่างนี้ก้คือ lp0



มาทางฝั่ง Server กันบ้างครับ ขั้นแรกให้เข้าไปที่ add roles and features


เลือกติดตั้ง internet printing client


รอจนติดตั้งเสร็จแล้ว restart เครื่อง 1 รอบ


จากนั้น add network printer เข้ามาโดยระบบ url เป็น http://<ip-thin-client>:631/printers/Thin-Printer-(LP0)


เสร็จแล้วก็ติดตั้ง Driver เหมือนกับการ add printer ปกติ


เสร็จเรียบร้อยครับ คราวนี้ Printer ที่ add เข้ามาก็จะสามารถสั่ง print ได้จาก client ทุกตัว แต่ถ้าต้องการให้ print ได้เฉพาะบาง user เท่านั้น
ให้เข้าไปกำหนดในส่วนของ Security โดยลบ user อื่นๆ ออกให้เหลือเฉพาะ admin กับ user ที่ต้องการให้ print ได้เท่านั้น (user อื่นจะมองไม่เห็น printer นี้)

ออฟไลน์ NokTualek

  • *****
  • 2,554
  • 3
  • เพศ: ชาย
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 13 มกราคม 2016, 17:08:21 »
เป็น Review ที่ยาว และละเอียดมากครับ ขอบคุณสำหรับบทความน่าอ่าน
แต่อยากทราบว่า
- ความเร็วมันได้ป่าวครับ คือ Raspberry Pi 2สเปค มันต่ำมาก ๆ ผมลองเล่น odroid c1 แต่ใช้งาน แบบบน linux ธรรมดา หากเทียบ spec แล้วก็ดีกว่า Raspberry Pi 2 ระดับหนึ่ง ใช้งานแล้วช้ามาก บน graphic mode
- เอาไปใช้งานจริง เปิดเว็บ chrome mthai หรือ youtube ให้เล่น  vdo เล่นสัก 10 เว็บ แล้วเปิด word พร้อม exel ทำงานไปด้วย ได้ป่าวครับ
- review performance ได้หรือเปล่าครับ อยากรู้ว่าเมื่อเทียบกับ pc ธรรมดา จะไหวป่าว เช่น เปิดเว็บสัก 10 เว็บ แล้วพิมพ์งาน word ไปด้วย มันจะช้าจนรู้สึกได้ หรือช้าจนทำงานไม่ได้

ขอบคุณครับ
ไม่มีเป้าหมาย บางทีเราก็ไม่เริ่มต้น ^_^
"ชีวิตดีขึ้นได้ ด้วย วิธีคิดและวิธีพูดที่ดี"

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 14 มกราคม 2016, 09:26:00 »
^
เรื่อง performance ถ้าใช้งานผ่าน Remote Desktop ไปเปิดโปรแกรมบน server ความเร็วไม่ต่างจาก remote ด้วย PC spec สูงๆ เลยครับ
เดี๋ยวอาจจะทำเป็น VDO มารีวิวให้ชมกัน

แต่ถ้าเปิดเว็บจากตัว Pi 2 เองอันนี้อืดครับเพราะ Ram มันน้อยเหมาะเอาไว้แค่เปิด webapp ในสำนักงานมากกว่าที่จะใช้ท่องเว็บจริงๆ
ส่วน odroid c1 เล่นเว็บลื่นกว่า Pi 2 แต่มีปัญหาเรื่องการต่อ HDMI ออกจอ monitor ครับเลยตัดไป

ออฟไลน์ NokTualek

  • *****
  • 2,554
  • 3
  • เพศ: ชาย
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 14 มกราคม 2016, 12:47:10 »
แสดงว่าการทำงานต่าง ๆ ไปอยู่บน Server เหรอครับ pi 2 แค่เอาภาพบน Server มาโชว์ บนตัวมันเองใช่ป่าวครับ

ถ้า user 10 คน เปิดเว็บคนละ 10 เว็ป server จะใช้ cpu กับ ram ไปเยอะป่าวครับ เคยใช้ chrome บนเครื่อง pc alone ธรรมดา กิน ram เยอะมาก ไม่รู้ว่าหากไป run บน server พร้อมกัน 10 คน มันจะเหมือนกับเปิดบนเครื่อง ธรรดา หรือเปล่านะครับ

แล้วหากใช้พวก no hdd จะเร็วกว่ากันเยอะป่าวครับ เห็นพวกร้าน internet เขาใช้กัน  performance นี้ขั้นเทพ เลย แต่ก็ไม่ได้ประหยัดค่า hardware

ขอบคุณครับ
ไม่มีเป้าหมาย บางทีเราก็ไม่เริ่มต้น ^_^
"ชีวิตดีขึ้นได้ ด้วย วิธีคิดและวิธีพูดที่ดี"

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 14 มกราคม 2016, 13:14:18 »
^
ใช่ครับประมวลผลที่ Server ทั้งหมดดังนั้นถ้ามี user เยอะ spec server ก็ต่องแรงหน่อย
แต่ที่ผมใช้อยู่ก็แค่พวกโปรแกรม Express และโปรแกรมสำเร็จรูปในสำนักงานเท่านั้นเลยไม่ได้กิน spec มาก ใส่ Ram แค่ 8G. รับได้ 20 user สบายๆ
ถ้าใช้ Chrome ด้วยนี่คงต้องอัด Ram ซัก 16G เป็นอย่างน้อยล่ะครับ

ส่วน NO HDD ความแรงก็เหมือน PC เลยครับแค่ย้าย HDD ไปเป็น image บนเครื่อง server (ประหยัดค่าดูแล HDD เพราะเราทำ Raid บน server ได้ ซึ่งถ้าจะให้มาทำ Raid บน PC ทุกเครื่องคงไม่ไหว)

ออฟไลน์ j.joo

  • *
  • 10
  • 0
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 6 กุมภาพันธ์ 2016, 08:55:10 »
รีวิวละเอียดมากเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ  ;D ;D ;D

ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 29 กุมภาพันธ์ 2016, 13:08:47 »
14. การใช้งาน Auto Connect ร่วมกับ Windows Multipoint Server 2012
วันนี้เราจะมารีวิวการตั้งค่า Hybrid Thin Client ให้ connect กับ Server ทันทีหลังเปิดเครื่องโดยมีขั้นตอนดังนี้

เริ่มแรกก็ติดตั้ง Windows Multipoint Server 2012 ก่อนโดยสามารถ Download ได้จาก link นี้เลยครับ
https://www.microsoft.com/en-us/download/confirmation.aspx?id=35821
หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วให้แก้ไขการตั้งค่า registry 4 ตัวดังนี้ (สามารถ copy code ด้านล่างเป็นไฟล์ .reg ไปรันได้เลยครับ)

โค๊ด: [Select]
[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Terminal Server\WinStations\RDP-Tcp]
"SecurityLayer"=dword:00000000
"UserAuthentication"=dword:00000000
"ColorDepth"=dword:00000004
"LogonTimeout"=dword:00015180




ต่อมาเรามาดูฝั่ง Thin Client กันบ้างเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรกให้เข้าที่เมนู setting


ใน TAB Remote Desktop Preset ให้กรอกชื่อตามต้องการ และใส่ ip address ของ Windows Multipoint Server ลงไปดังภาพ


เนื่องจากเราต้องการใช้งานในลักษณะ Full Desktop จึงไม่จำเป็นต้องเปิดโปรแกรมในตัว Thin Client อีกแล้ว ให้มาที่ TAB Main Application และนำโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานออกไป (ตามตัวอย่างผมเหลือไว้แค่ File Manager)


ถันมาที่ TAB Main Config ให้เราตั่งค่า setting password เพื่อป้องกันไม่ให้ user เข้ามาแก้ไขการตั้งค่าต่างๆ ของเครื่องได้
และฝั่งขวามือให้เราเลือกตัวเลือก Auto Connect ไว้ด้วย



คลิกที่เมนู Network Config จะเจอหน้าต่างสำหรับตั้งค่า ip address ซึ่งปกติจะตั้งเป็นรับ ip auto อยู่แล้วหากต้องการ fix ip ก็คลิกที่ properties และระบุ ip ตามต้องการ


ในส่วนของ Thin Mode ให้เลือกเป็น Full Desktop ซึ่งจะเป็นการปิดการใช้งาน Panel ด้านล่างออกไปเหลือไว้เฉพาะเมนูสำหรับ connect กับ server เท่านั้น


ทดลองปิด-เปิดเครื่องใหม่ตัว Hybrid Thin Client ก็จะ connect เข้า Windows Multipoint Server ทันทีพร้อมใช้งานดังภาพ


VDO รีวิวการตั้งค่าเบื้องต้นดังนี้ครับ
https://youtu.be/tYtaXLEiiGQ

ออฟไลน์ j.joo

  • *
  • 10
  • 0
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 23 มีนาคม 2016, 10:33:56 »
14. การใช้งาน Auto Connect ร่วมกับ Windows Multipoint Server 2012
วันนี้เราจะมารีวิวการตั้งค่า Hybrid Thin Client ให้ connect กับ Server ทันทีหลังเปิดเครื่องโดยมีขั้นตอนดังนี้

เริ่มแรกก็ติดตั้ง Windows Multipoint Server 2012 ก่อนโดยสามารถ Download ได้จาก link นี้เลยครับ
https://www.microsoft.com/en-us/download/confirmation.aspx?id=35821
หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วให้แก้ไขการตั้งค่า registry 4 ตัวดังนี้ (สามารถ copy code ด้านล่างเป็นไฟล์ .reg ไปรันได้เลยครับ)

โค๊ด: [Select]
[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Terminal Server\WinStations\RDP-Tcp]
"SecurityLayer"=dword:00000000
"UserAuthentication"=dword:00000000
"ColorDepth"=dword:00000004
"LogonTimeout"=dword:00015180




ต่อมาเรามาดูฝั่ง Thin Client กันบ้างเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรกให้เข้าที่เมนู setting


ใน TAB Remote Desktop Preset ให้กรอกชื่อตามต้องการ และใส่ ip address ของ Windows Multipoint Server ลงไปดังภาพ


เนื่องจากเราต้องการใช้งานในลักษณะ Full Desktop จึงไม่จำเป็นต้องเปิดโปรแกรมในตัว Thin Client อีกแล้ว ให้มาที่ TAB Main Application และนำโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานออกไป (ตามตัวอย่างผมเหลือไว้แค่ File Manager)


ถันมาที่ TAB Main Config ให้เราตั่งค่า setting password เพื่อป้องกันไม่ให้ user เข้ามาแก้ไขการตั้งค่าต่างๆ ของเครื่องได้
และฝั่งขวามือให้เราเลือกตัวเลือก Auto Connect ไว้ด้วย



คลิกที่เมนู Network Config จะเจอหน้าต่างสำหรับตั้งค่า ip address ซึ่งปกติจะตั้งเป็นรับ ip auto อยู่แล้วหากต้องการ fix ip ก็คลิกที่ properties และระบุ ip ตามต้องการ


ในส่วนของ Thin Mode ให้เลือกเป็น Full Desktop ซึ่งจะเป็นการปิดการใช้งาน Panel ด้านล่างออกไปเหลือไว้เฉพาะเมนูสำหรับ connect กับ server เท่านั้น


ทดลองปิด-เปิดเครื่องใหม่ตัว Hybrid Thin Client ก็จะ connect เข้า Windows Multipoint Server ทันทีพร้อมใช้งานดังภาพ


VDO รีวิวการตั้งค่าเบื้องต้นดังนี้ครับ
https://youtu.be/tYtaXLEiiGQ

ขอบคุณมากครับบ

โป๊กเกอร์คาสิโนบาคาร่า


ออฟไลน์ wichate

  • *
  • 595
  • 6
Re: รีวิว Hybrid Thin Client V.1 (ฉบับ DIY)
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 15 มิถุนายน 2016, 09:20:24 »
15. ออกรุ่นใหม่ Hybrid Thin Client (V.2)

     หลังจากที่ Raspberry Pi ได้ออก Board รุ่นใหม่เป็น Pi3 Model B ที่มี wifi ในตัวจึงได้โอกาศปรับ Spec ใหม่ให้ทันสมัยขึ้นด้วย
โดยปรับปรุงใหม่ทั้ง Hardware และ Software แต่ในรีวิวนี้ขอพูดถึง Hardware ก่อนโดยมีรายละเอียดดังนี้

Board
- Raspberry Pi 3
Memory
- Flash 8GB (Systerm 4GB + Storage 4GB)
- Ram 1 GB DDR3
I/O Port
- 4x USB 2.0
- 1x HDMI
- 1x VGA
- 1x LAN 10/100
- 1x 802.11n Wireless LAN
- 1x Audio OUT 3.5"

ด้านซ้ายเป็นสวิตช์ปิด-เปิด และ port VGA


ด้านล่างเป็น Port HDMI, Audio OUT


ด้านขวาเป็น Port USB, LAN 10/100


ตัวอย่างการติดตั้งโดยยึดหลังจอ Monitor


Port USB, LAN 10/100


สวิตช์ปิด-เปิด และ port VGA



ราคาเดิม 2,990 บาท
สนใจติดต่อได้ที่ Line id = chat.line