Thaiadmin

อินเทลจัด 'อะเมซิ่งพีซี' คาราวานสอนคอมพ์รากหญ้า

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ smartsoft

  • *****
  • 3,249
  • 26
  • เพศ: ชาย
  • ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น
    • จุดประกายความรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
ASTVผู้จัดการออนไลน์    5 เมษายน 2555 10:35 น.
credit : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000043024



อินเทลมาแปลกเติมหมวดความรู้ในโครงการอะเมซิ่ง พีซี ใส่โปรแกรมอีเลิร์นนิ่งสอนทักษะใช้คอมพ์ 'อีซี่ สเต็ปส์' อบรมเข้ม 2 วัน 6 หลักสูตร พร้อมจับมือพันธมิตรแบรนด์พีซีดัง 7 ราย พ่วงภาครัฐ กระทรวงไอซีทีและกสทช. เข้าหนุน หวังเจาะตลาดรากฐานในต่างจังหวัด 15 ล้านครัวเรือนที่ยังไม่มีคอมพ์ใช้
       
       นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า อินเทลจับมือกับกระทรวงไอซีที ,คณะกรรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.),สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม (ไอซีทีไอ) และพันธมิตรทางธุรกิจทั้งผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ 7แบรนด์ดัง ประกอบด้วย เอเซอร์ เอซุส ซัมซุง เดลล์ เอชพี เลอโนโวและโตชิบา ผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ทีโอที เอไอเอสและ 3บีบี ร่วมมือกันภายใต้โครงการ อะเมซิ่ง พีซี ซึ่งเป็นโครงการที่อินเทลจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6
       
       ความพิเศษของโครงการอะเมซิ่ง พีซีในปีนี้ อยู่ที่จะเป็นปีแรกที่เน้นการให้ความรู้ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในต่างจังหวัดในรูปแบบคาราวานความรู้ที่มีถึง 7 คาราวาน ที่จะลงไปยังพื้นที่ในระดับตำบล 400 แห่งใน 67 จังหวัดทั่วประเทศ โดยคาดว่าโครงการนี้จะทำให้กว่า 4 แสนครัวเรือนทั่วประเทศมีโอกาสเข้าถึงและได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
       
       นายเอกรัศมิ์กล่าวว่าจากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า สัดส่วนของครัวเรือนในประเทศไทยที่มีกว่า 19.65 ล้านครัวเรือนนั้น มีถึง 15.16 ล้านครัวเรือนหรือ 77% ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้งาน เมื่อเจาะลึกลงไปว่า ทำไมถึงไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้งานนั้น มีถึง 59% ที่ระบุว่า ไม่เห็นความจำเป็น สามารถใช้งานจากที่อื่นได้ 15% ใช้ไม่เป็น 12% ขณะที่ปัจจัยเรื่องราคาแพงนั้นมีเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เวลานี้รายได้ของครัวเรือนในประเทศไทยมีมากเพียงพอที่จะซื้อหาคอมพิวเตอร์มาใช้แล้ว แตกต่างจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ปัจจัยราคามีสัดส่วนที่สูงมาก



จากผลสำรวจดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า อำนาจในการซื้อไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอีกต่อไป แต่เหตุผลที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้เป็นเพราะยังขาดความรู้ความเข้าใจถึงประโยชน์ของการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของอินเทลที่ต้องการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีโอกาสเท่าทียมกันในการเข้าถึงเทคโนโลยี ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงไอซีที และกสทช.ต่างต้องการที่จะลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีของคนไทยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใน 4-5 ปีให้ถึง 80% ซึ่งน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีทีระบุว่า เวลานี้คนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วประมาณ 33-37%
       
       ทั้งนี้โครการอะเมซิ่ง พีซี ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลักๆ คือกิจกรรมแรก เป็นในส่วนของอินเทล อีซี่ สเต็ปส์ ซึ่งเป็นการสอนให้ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเป็นโปรแกรมอีเลิร์นนิ่งที่อินเทลพัฒนาขึ้นมาเอง เหมาะกับกลุ่มผู้ใหญ่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์มาก่อนหรืออาจมีเพียงเล็กน้อย โดยทำการเปิดอบรม 6 หลักสูตร ในระยะเวลา 2 วัน โดยจะเลือกทำเลจัดการอบรมตามสำนักงานของอบต.เป็นหลัก
       
       'การอบรมอีซี่ สเต็ปส์นั้นได้ร่วมมือกับกระทรวงไอซีที และกสทช.ที่จะมอบสิทธิ์นำโปรแกรมนี้ไปใช้ในการอบรมตามศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หรือศูนย์อินทอร์เน็ตเพื่อชุมชนด้วย'
       
       กิจกรรมส่วนที่สองเป็น กิจกรรมบันเทิง หรือ เมโลดี้แห่งความสุขตลอด 24 ชั่วโมง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถร้องเพลงท่อนเมโลดี้ พร้อมบันทึกเสียงเพื่อนำมารวบรวมและร้อยเรียงขึ้นเป็นเสียงดนตรีพิเศษหนึ่งเพลงที่จะมีความยาวถึง 24 ชั่วโมง




โครงการนี้ถือเป็นโครงการใหญ่ที่สุดและใช้งบทางการตลาดมากที่สุดของอินเทลในปีนี้ และเป็นปีแรกที่อินเทลเน้นรื่องของการให้ความรู้มากกว่าผลทางด้านยอดขาย ซึ่งผลที่ได้จากการขายจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น 3-6 เดือน โดยครั้งนี้อินเทลเปิดให้พันธมิตรผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่งร้านค้าที่มีศักยภาพเข้ามาให้อินเทลคัดเลือกเหลือ 150 รายเพื่อเข้าร่วมในโครงการนี้
       
       'กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้เป็นกลุ่มคนที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ครั้งแรกที่คาดว่าน่าจะสนใจซื้อคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะมากกว่าโน้ตบุ๊กเนื่องจากมีการใช้งานกันภายในครัวเรือน คาดว่าจะทำให้ได้ลูกค้าจากตลาดที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์เติบโตขึ้น 20% จากโครงการนี้'
       
       นายเอกรัศมิ์กล่าวว่า ขนาดตลาดคอมพิวเตอร์ในปีนี้น่าจะเติบโตจากปีที่แล้วที่มีอยู่ประมาณ 3.7-3.9 ล้านเครื่องราว 20% โดยจะเป็นการซื้อโน้ตบุ๊กถึง 65% ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ที่ 60% ส่วนระดับราคาของโน้ตบุ๊กที่ขายที่สุดในไทยอยู่ที่ระดับราคา 15,900 บาทหรือต่ำกว่านี้ ถึง 38% ถึงแม้ว่าจะมีกระแสแท็บเล็ตเกิดขึ้น แต่ยังไม่กระทบกับภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์เท่าไรนัก อย่างแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา ฃจะทำให้พ่อแม่จะต้องทำการศึกษาเรื่องนี้เพิ่มขึ้น กลับจะมีผลดีเสียอีกที่จะทำให้ตลาดคอมพิวเตอร์เติบโตขึ้น เนื่องจากแท็บเล็ตไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใหญ่ได้ดีนัก
เมื่อคุณ<!reader!/>เห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณ<!reader!/>เผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณ<!reader!/>สามารถฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมันไปได้