Thaiadmin

"เดนนิส ริตชี่" บิดาภาษา C และผู้ร่วมสร้าง Unix ลาโลกแล้ว

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ smartsoft

  • *****
  • 3,250
  • 26
  • เพศ: ชาย
  • ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น
    • จุดประกายความรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
ASTVผู้จัดการออนไลน์    14 ตุลาคม 2554 07:50 น.
credit : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000131021



เดนนิส ริตชี่ (Dennis Ritchie) ผู้สร้างโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ "ภาษาซี (C programming language)" ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างระบบปฏิบัติการ "ยูนิกซ์ (Unix)" ลาโลกแล้วด้วยวัย 70 ปี ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญอีกคนในวงการไอทีเพราะผลงานของริตชี่นั้นเป็นรากฐานสำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ทั้งตั้งโต๊ะและพกพาในปัจจุบัน
       
       ภาษาซีนั้นเป็นภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ซึ่งถูกเปิดตัวพร้อมกับไมโครโปรเซสเซอร์ Intel 4004 ของอินเทลช่วงปี 1971 ด้วยฐานะส่วนหนึ่งของระบบการประมวลผลยุคใหม่ ระยะแรก ภาษาซียังไม่เป็นที่แพร่หลายจนกระทั่งกลางยุค 70 ภาษาซีสามารถพิสูจน์ตัวเองและครองใจนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั่วโลกที่เลือกใช้ภาษาซีเพื่อเขียนโปรแกรมซึ่งสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ประหยัดพลังงาน และไม่ซับซ้อนยุ่งยาก
       
       ผู้สร้างภาษาซีนั้นเสียชีวิตแล้วตั้งแต่วันพุธที่ 12 ตุลาคมบนคำยืนยันจากศูนย์ปฏิบัติการ Alcatel-Lucent Bell Labs ของอัลคาเทลลูเซนต์ซึ่งออกประกาศในวันพฤหัสบดี (13) ที่ผ่านมา โดยระบุเพียงว่าริตชี่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายมาเป็นเวลานาน หลังจากที่ใช้เวลาทั้งชีวิตในการสร้างซอฟต์แวร์ที่เพิ่มความเสรีให้นักเขียนโปรแกรมสามารถสร้างฝันของตัวเองให้เป็นจริงโดยไม่ต้องยุ่งยากและเสียเวลา
       
       ทั้งหมดนี้ จีออง คิม (Jeong Kim) ประธาน Alcatel-Lucent Bell Labs ยกย่องว่าริตชี่จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ร่วมงานในอัลคาร์เทลต่อไป ซึ่งไม่ใช่เพียงเพราะคุณความดีที่ริตชี่สร้างไว้ แต่เป็นเพราะริตชี่คือเพื่อน, นักประดิษฐ์ และคนดีแสนสมถะที่ควรค่าแก่การเป็นแบบอย่าง
       
       เดนนิส ริตชี่ หรือ Dennis MacAlistair Ritchie นั้นเกิดที่เมือง Bronxville มลรัฐนิวยอร์กเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1941 จากนั้นจึงย้ายไปเมืองนิวเจอร์ซีย์ตามคุณพ่อที่ทำงานเป็นวิศวกรระบบสวิตชิงให้กับบริษัท Bell Laboratories หนุ่มน้อยริตชี่เรียนดีจนสามารถเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) และสำเร็จปริญญาด้านฟิซิกส์ในปี 1963
       
       ที่ฮาร์วาร์ดนี้เองซึ่งทำให้ริตชี่มีความสนใจในคอมพิวเตอร์ การเข้าร่วมฟังบรรยายสอนเกี่ยวกับเครื่อง Univac 1 จุดประกายริตชี่อย่างจังและเป็นแรงบันดาลใจให้ริตชี่สมัครเข้าเรียนที่สถาบัน MIT (Massachusetts Institute of Technology) ในเวลาต่อมา
       
       MIT ได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งแรกๆของโลกในการพัฒนาคอมพิวเตอร์เมนเฟรมให้เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและมีราคาประหยัดกว่า โดยในปี 1967 บริษัท Bell Labs ก็สามารถพัฒนาทรานซิสเตอร์ (transistor) ซึ่งเป็นเบื้องหลังสำคัญของการผลิตชิปคอมพิวเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในช่วงตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ทำให้ริตชี่เข้าร่วมโครงการสร้างระบบปฏิบัติการแนวคิดใหม่ Multics ของ Bell Labs พร้อมกับเคนเน็ธ ทอมป์สัน (Kenneth Thompson) ซึ่งกลายเป็นผู้ร่วมสร้างระบบปฏิบัติการ Unix ในเวลาต่อมา
       
       บทบาทสำคัญของริตชี่คือการสร้างโปรแกรมภาษาซี ซึ่งสามารถทำให้ฮาร์ดแวร์สามารถสื่อสารกันได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าโปรแกรมภาษาอื่นในอดีต โดยภาษาซีทำให้นักพัฒนาสามารถเรียนรู้ระบบปฏิบัติการเดียว, เครื่องมือตัวเดียว และภาษาสำหรับเขียนโปรแกรมภาษาเดียวแต่สามารถจัดการฮาร์ดแวร์ข้ามระบบได้ แนวคิดเหล่านี้กลายเป็นรากฐานของการเขียนโปรแกรมในยุคปัจจุบันในที่สุด
       
       กูรูไอทีผู้ล่วงลับรายนี้ดำรงตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยซอฟต์แวร์ของ Lucent Technology Systems ก่อนจะเกษียนตัวเองในปี 2007 โดยรางวัลที่ริตชี่เคยได้รับร่วมกับผู้ร่วมสร้าง Unix อย่างทอมป์สันได้แก่ ACM Turing Prize ในปี 1983 และรางวัล US National Medal of Technology ในปี 1998
เมื่อคุณ<!reader!/>เห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณ<!reader!/>เผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณ<!reader!/>สามารถฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมันไปได้