Thaiadmin

"อาลีบาบา" เจรจาเทมาเสกซื้อคืนหุ้นจาก "ยาฮู"

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ smartsoft

  • *****
  • 3,249
  • 26
  • เพศ: ชาย
  • ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น
    • จุดประกายความรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
 ASTVผู้จัดการออนไลน์   11 ตุลาคม 2554 07:38 น.   
credit: http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9540000129313


สื่อนอกเผย ยักษ์ใหญ่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ชจีนอย่างอาลีบาบา (Alibaba Group Holdings) กำลังเจรจากับกลุ่มทุนสิงคโปร์อย่างเทมาเสก (Temasek Holdings) ในการซื้อคืนหุ้นอาลีบาบา 40% ที่ยาฮูถืออยู่ นักสังเกตการณ์จับตาอาลีบาบาใกล้ชิดหลังผู้บริหารอาลีบาบาเอ่ยปากว่าสนใจซื้อหุ้นยาฮูทั้งบริษัท ด้านเจอร์รี่ หยาง ผู้ก่อตั้งยาฮูถูกร่ำลือว่ากำลังพยายามหาทางซื้อหุ้นยาฮูเองด้วยการร่วมมือกับกลุ่มทุนอิสระ
       
       สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวไม่ระบุนาม ว่ากลุ่มทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ซึ่งถือหุ้นบางส่วนของอาลีบาบาอยู่แล้ว จะอัดฉีดเงินเพื่อซื้อหุ้นอาลีบาบาที่ยาฮูครอบครองสัดส่วน 40% ในขณะนี้ เบื้องต้นแหล่งข่าวยืนยันว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่ครอบคลุมการซื้อกิจการยาฮูดอทคอม เนื่องจากเทมาเสกไม่สนใจที่จะเป็นเจ้าของยาฮู
       
       ทั้งเทมาเสกและอาลีบาบาต่างไม่ออกมาให้ความเห็นใดๆต่อรายงานที่เกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้ กลุ่มเทมาเสก, กลุ่มทุนอิสระซิลเวอร์เลก (Silver Lake) และกลุ่มทุนรัสเซียนามดีเอสที (Digital Sky Technologies) ได้เทเงินราว 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในการซื้อหุ้นอาลีบาบาจากผู้บริหารเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งการซื้อขายที่เกิดขึ้นทำให้อาลีบาบาเป็นบริษัทออนไลน์จีนที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
       
       แหล่งข่าวเชื่อว่า การเจรจาระหว่างอาลีบาบาและเทมาเสกจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับกลุ่มซิลเวอร์เลกและดีเอสทีซึ่งสนใจร่วมประมูลหุ้นอาลีบาบาที่ยาฮูถือครองอยู่เช่นกัน โดยทั้ง 3 กลุ่มทุนเพิ่งมีข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ากำลังรวมกลุ่มกันเพื่อซื้อหุ้นอาลีบาบาจากยาฮู
       
       ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ยังไม่มีความชัดเจนถึงโครงสร้างการถือหุ้นอาลีบาบาในอนาคต อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชัดเจนคือภาวะขาลงของยาฮูซึ่งเพิ่งปลดซีอีโอแครอล บาร์ตซ์ (Carol Bartz) ออกจากตำแหน่งในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ไม่เพียงความต้องการแบ่งเค้กที่ยาฮูมีของผู้ถือหุ้นยาฮู (ในกรณีนี้คือหุ้นอาลีบาบา) ตัวยาฮูเองก็มีความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นจะเทขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนรายใหญ่ที่รอฮุบกิจการยาฮูอยู่ ทั้งไมโครซอฟท์ (Microsoft), กลุ่มพันธมิตรซิลเวอร์เลก (Silver Lake Partners), กลุ่มพีอีพี (Providence Equity Partners), กลุ่มเฮลแมนแอนด์ฟรายด์แมน (Hellman & Friedman) และกลุ่มเบนแคปิตอล (Bain Capital) ซึ่งแม้แต่แจ็ก หม่า (Jack Ma) ซีอีโอของอาลีบาบาเองก็เคยกล่าวว่ามีความสนใจซื้อหุ้นยาฮูไว้ทั้งหมด
       
       ภาวะนี้ทำให้ผู้ร่วมก่อตั้งยาฮูอย่างเจอร์รี่ หยาง (Jerry Yang) กลายเป็นข่าวว่ากำลังพยายามระดมทุนจากกลุ่มทุนอิสระเพื่อซื้อคืนหุ้นยาฮูทั้งหมดเสียเอง ซึ่งเป็นงานใหญ่ในการปกป้องยาฮูหลังจากที่หยางเคยปฏิเสธข้อเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ด้วยมูลค่าสูงถึง 4.75 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐอย่างไม่เหลือเยื่อใย โดยปัจจุบัน มูลค่าหุ้นของยาฮูตามตลาดอยู่ที่ราว 2 หมื่นล้านเหรียญเท่านั้น
เมื่อคุณ<!reader!/>เห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณ<!reader!/>เผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณ<!reader!/>สามารถฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมันไปได้