Thaiadmin

Updated - กสทช. ค่ายมือถือ เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ smartsoft

  • *****
  • 3,250
  • 26
  • เพศ: ชาย
  • ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น
    • จุดประกายความรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
ASTVผู้จัดการออนไลน์   10 ตุลาคม 2554 15:10 น.
credit: http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9540000129007

Updated - กสทช. เร่งสร้างเครือข่ายวิทยุสื่อสาร และวิทยุสมัครเล่น ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม เพราะเป็นระบบเดียวที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารได้ ด้านค่ายมือถือ เอไอเอส แจกค่าโทร 50 บาทให้ลูกค้ากว่า 1 แสนคน ส่วน ขณะที่ ทรู เตรียมให้ลูกค้าโทรฟรี ในสัปดาห์นี้ พร้อมไม่ตัดสัญญาณเพิ่มวัน และขยายกำหนดชำระค่าบริการ เช่นเดียวกับดีแทคออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
       
       พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังเข้าทำงานวันแรกภารกิจเร่งด่วนของกสทช.ในตอนนี้คือเรื่องการช่วยเหลือ และสนับสนุนผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมซึ่งจะต้องเข้าไปช่วยเหลือระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม โดยจะขยายเครือข่ายวิทยุสื่อสาร และวิทยุสมัครเล่นให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นระบบสื่อสารเดียวที่ใช้ติดต่อสื่อสาร และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม
       
       อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ให้วิทยุสื่อสารศูนย์สายลม เป็นหน่วยประงานในการสื่อสารภัยพิบัติน้ำท่วม ถือเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ที่ดอนเมือง เพื่อบูรณการระบบสื่อสาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้ในทุกพื้นที่ โดยล่าสุดได้มอบเครื่องทวนสัญญาณ(รีพีทเตอร์)ให้กับชมรมวิทยุสมัครเล่น จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้การส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารขยายวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น
       
       ขณะที่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. กล่าวว่า สิ่งที่กสทช.ต้องเร่งทำเป็นอย่างแรกคือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยการเข้าไปแก้ไข และสนับสนุนช่วยเหลือด้านเครือข่าย เพราะระบบสื่อสารหลัก ทั้งโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นระบบหลักอาจมีปัญหา เพราะสถานีฐานถูกน้ำท่วม แต่เมื่อมีวิทยุสื่อสาร และวิทยุชุมชน ทำให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ในพื้นที่ที่ภาครัฐเข้าไปไม่ถึง เพราะไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้
       
       “การช่วยเหลือเฉพาะหน้า ในเบื้องต้นคือการพยายามเพิ่มเครือข่ายวิทยุสื่อสารในช่วงนี้เท่านั้น แต่จากนี้ไปจะพยายามขยายเครือข่ายวิทยุสมัครเล่นให้เพิ่มมากขึ้น เพราะแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติมีมากขึ้น ดังนั้นการมีเครือข่ายสาธารณะ เพื่อให้บริการในช่วงเกิดภัยพิบัติ จะเป็นประโยชน์มาก ซึ่งทุกคนสามารถใช้งานร่วมกันได้”
       
       ***เอไอเอส เติมเงินฟรี 50 บาทลูกค้ากว่าหมื่นราย
       
       ด้าน นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมส่งผลให้สถานีฐานเอไอเอสเสียหายใช้งานไม่ได้รวม 26 แห่ง ในบริเวณพื้นที่ภาคกลาง ครอบคลุมจ.อยุธยา สิงห์บุรี และชัยนาท เบื้องต้นขณะนี้ ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมแล้ว แต่ยอมรับว่าปัญหาน้ำท่วมได้กระจายเป็นวงกว้าง ขณะที่ปัญหาจริงๆคือ ชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ไม่สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้ เอไอเอสจึงได้เข้าไปแจกที่ชาร์จไฟเคลื่อนที่โดยใช้ถ่านไฟฉายแทนการชาร์จจากไฟฟ้า
       
       ทั้งนี้ในเบื้องต้น เอไอเอสได้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม โดยการเติมเงินให้ลูกค้าระบบพรีเพด (เติมเงิน) ฟรีมูลค่าเลขหมายละ 50 บาท ซึ่งได้เติมเงินเข้าไปในระบบให้ลูกค้าแล้วกว่า 10,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่อยู่ในจ.อยุธยา รวมเป็นเงิน 5 แสนบาท ส่วนลูกค้าระบบโพสต์เพด (รายเดือน) ที่มีกำหนดต้องชำระเงินก็เลื่อนไปออกก่อน ซึ่งลูกค้าจะไม่ถูกตัดสัญญาณ
       
       "มูลค่าความเสียหายเรายังไม่ได้ประเมินในตอนนี้ เพราะสถานีฐานที่เสียหายยังไม่ได้แยกว่า สถานีฐานใดเสียเพราะโดนตัดไฟ หรือเสียเพราะน้ำท่วม แต่จริงๆแล้วอาจมีสถานีฐานเสียหายมากกว่านี้ เนื่องจากมีพื้นที่น้ำท่วมหลายจุด แต่ก็สามารถกู้คืนมาได้ ซึ่งปัญหาสำคัญคือเราต้องทำให้ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสาร ยังใช้โทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งถ้าจุดใดที่สามารถนำรถโมบายเคลื่อนที่เข้าไปได้ เราก็พร้อมดำเนินการทันทีโดยในตอนนี้เอไอเอสยังไม่สามารถประเมินความเสียหายในส่วนของรายได้ในขณะนี้ แต่คาดว่าจะเห็นผลกระทบในไตรมาส 3 ช่วงปลายไตรมาส 4 ปีนี้"
       
       ***ทรู ไม่ตัดสัญญาณเพิ่มวันขยายเวลาชำระหนี้
       
       ขณะที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการ และประธานคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่าได้รับรายงานความเสียหายของสถานีฐาน และชุมสายโทรศัพท์ของทรูมูฟจากผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว 50-60 สถานีฐาน โดยเฉพาะในจังหวัดอยุธยาแห่งเดียวใช้งานไม่ได้แล้ว 10 แห่ง ซึ่งสาเหตุมาจากทั้งสถานีฐานโดนตัดไฟ และน้ำท่วมทำให้ระบบขัดข้อง
       
       “ส่วนการประเมินความเสียหายในเบื้องต้นจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ประเมินว่ามีผู้ได้รับความเสียหายราว 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งถ้าคิดจากฐานส่วนแบ่งรายได้ที่ทรูมูฟมีจำนวน 20-25% ก็น่าจะมีลูกค้าทรูมูฟได้รับผลกระทบใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือติดต่อสื่อสารไม่ได้ราว 2 แสนครัวเรือน”
       
       โดยขณะนี้ทรูมูฟได้มีมาตรการช่วยเหลือให้ลูกค้าแล้ว ซึ่งลูกค้าเติมเงินหากยังมีเงินค้างอยู่ในระบบแต่วันหมดแล้ว ทรูมูฟก็ได้เพิ่มวันเข้าไปในระบบให้ฟรี 30 วัน ส่วนลูกค้ารายเดือนหากครบกำหนดชำระเงินก็ไม่โดนตัดสัญญาณและยังให้ลูกค้าโทร.ฟรีเบอร์ฉุกเฉินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งเบอร์ขอความช่วยเหลือ GCC 1111 กด 5 เบอร์ 1555 หรือ 191 และภายในสัปดาห์นี้ทรูมูฟจะปรับปรุงระบบให้ลูกค้าทรูมูฟสามารถโทร.ฟรี สำหรับพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย แต่ยังไม่ได้กำหนดมูลค่าโดยอาจจะเป็นลักษณะให้โทร.ฟรีกี่นาทีต่อวัน
       
       ดีแทควางมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
       
       ดีแทคเติมเงินฟรีให้กับลูกค้าแฮปปี้ (ระบบเติมเงิน) รายละ 30 บาท จังหวัดอยุธยา ลพบุรี และนครสวรรค์ซึ่งมีจำนวนประมาณ 620,000 ราย เพื่อใช้งานโดยไม่ถูกตัดสัญญาณเฉพาะหน้า และมอบซิมฟรีจังหวัดละ 1,000 ซิม พร้อมเงินค่าโทรซิมละ 300 บาท สำหรับทหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ในบริเวณ 3 จังหวัดดังกล่าว
       
       พร้อมช่วยตั้งศูนย์ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โทรฟรี เติมเงิน ชาร์จแบตเตอรี่ ที่ศาลากลางจังหวัดอยุธยา นครสวรรค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต พร้อมจัดทีมงานออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอยุธยาและกรุงเทพรอบนอกทั้งทางเรือและรถ โดยพื้นที่จังหวัดอยุธยาทางทีมงานดีแทคจะใช้เรือเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ แต่กรุงเทพรอบนอก เช่นสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ทีมงานดีแทคจะใช้รถเพื่อออกช่วยเหลือ
       
       ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เชื่อมเครือข่ายสายรับร้องทุกข์ 1111 กด 5 กับคอลล์เซ็นเตอร์ 1678 เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย และศูนย์ร่วมด้วยช่วยกัน 1677 รับเรื่องราวแจ้งเหตุน้ำท่วมและเรื่องราวเดือดร้อนทั่วไปจากผู้ประสบอุทกภัย
       
       ยืดวันชำระเงินและงดระงับบริการลูกค้ารายเดือนและเติมวัน 30 วันให้กับลูกค้าแบบเติมเงินที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย 32 จังหวัดในรอบนี้ รวมจำนวนลูกค้าในพื้นที่ประมาณ 7 ล้านราย ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำปาง ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย หนองคาย ชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี
       
       เว้นค่าธรรมเนียมบริการใจดีให้ยืม สำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน (แฮปปี้) ทั่วประเทศที่ใช้บริการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เพื่อมีส่วนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้าที่ค่าโทรหมดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ลูกค้าแฮปปี้ที่ค่าโทรหมดสามารถยืมค่าโทรไปใช้ก่อนครั้งละ 30 บาท ผ่านบริการใจดีให้ยืมโดยกด *100 จากมือถือและทำตามขั้นตอนอัตโนมัติได้ทันที เมื่อลูกค้าเติมเงินครั้งต่อไประบบจะหักค่าโทรที่ยืมไว้ 30 บาทไม่คิดค่าธรรมเนียม ลูกค้าที่คืนค่าโทรแล้วสามารถยืมครั้งใหม่ได้
       
       และยังมีการจัดตั้งทีมงานพิเศษเพื่อดูแลและติดตามระบบการรับ-ส่งข้อความ SMS สำหรับลูกค้าในช่วงนี้ เพื่อความเสถียรและทำให้มั่นใจในบริการรับ-ส่งข้อความมากยิ่งขึ้น
       
       สำหรับผลกระทบของน้ำท่วมที่มีต่อเครือข่ายการสื่อสารของดีแทค ในขณะนี้ได้รับการกระทบบางส่วน คือพื้นที่จังหวัดอยุธยา สระบุรี ลพบุรี และสิงห์บุรี รวมประมาณ 22 จุด โดยพื้นที่ดังกล่าวได้มีการตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วมสูง ทั้งนี้ ดีแทคได้ส่งทีมงานเข้าประเมินสถานการณ์ รวมทั้งแก้ไข และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
เมื่อคุณ<!reader!/>เห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณ<!reader!/>เผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณ<!reader!/>สามารถฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมันไปได้